มนุษย์นำปลาไปปล่อยในทะเลสาบบนภูเขาเมื่อ 7,000 ปีที่แล้ว

เชื่อหรือไม่ว่า มนุษย์ยุคโบราณไม่ได้แค่รู้จักการเพาะปลูกหรือล่าสัตว์เท่านั้น แต่พวกเขายังลงมือดัดแปลงธรรมชาติด้วยตัวเอง หลักฐานใหม่ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์นำปลาไปปล่อยในทะเลสาบบนภูเขาเมื่อ 7,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อวิถีชีวิตของบรรพบุรุษในยุคหินไปอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

มนุษย์นำปลาไปปล่อยในทะเลสาบบนภูเขาเมื่อ 7,000 ปีที่แล้ว จริงหรือ?

เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน หลังจากยุคน้ำแข็งสิ้นสุดลง มนุษย์เริ่มอพยพเข้าไปอาศัยในเขตภูเขาของประเทศนอร์เวย์ในปัจจุบัน แม้สภาพภูมิประเทศที่มีน้ำตกสูงชันจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำขึ้นไปได้เอง แต่นักโบราณคดีกลับพบสิ่งที่น่าทึ่งในทะเลสาบ Tesse เมื่อปี 2022

จากการตรวจสอบกับดักปลาไม้โบราณที่ถูกพบใต้น้ำ ผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสีพบว่าอุปกรณ์ประมงเหล่านี้มีอายุเก่าแก่ถึง 5,000 ถึง 7,000 ปี หลักฐานชุดนี้ยืนยันว่า มนุษย์นำปลาไปปล่อยในทะเลสาบบนภูเขาเมื่อ 7,000 ปีที่แล้ว เพื่อสร้างแหล่งอาหารในพื้นที่ที่เดิมไม่มีปลาอาศัยอยู่

หลักฐานชิ้นสำคัญจากยุคหิน

นักวิจัยอธิบายว่า การปล่อยปลาเทราต์ (Brown Trout) ลงในทะเลสาบนับเป็นการวางแผนระยะยาว เพราะกว่าที่ปลาจะขยายพันธุ์จนจับกินได้ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ซับซ้อนกว่าที่เราเคยคาดคิด คุณลักษณะเด่นของการค้นพบครั้งนี้ได้แก่:

  • พบกับดักไม้โบราณที่มีร่องรอยการตัดแต่งด้วยเครื่องมือหิน
  • ความเชื่อมโยงระหว่างระดับน้ำในทะเลสาบที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลกับการทำประมงในอดีต
  • การปรับตัวของมนุษย์ที่ไม่ได้เป็นแค่ผู้ล่าธรรมดา แต่เป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อมรุ่นแรกๆ

การค้นพบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวของอดีต แต่มันคือเครื่องยืนยันว่าความผูกพันระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรในแหล่งน้ำบนภูเขาได้เริ่มต้นขึ้นนานมากแล้ว และผลจากการจัดการสิ่งแวดล้อมในยุคนั้นยังส่งผลมาถึงนักตกปลาในยุคปัจจุบันด้วย

ในมุมมองของนักโบราณคดี นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การจัดการอาหารของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปเลยล่ะครับ เพราะมันทำให้เราเห็นชัดเจนว่าบรรพบุรุษของเรามีความชาญฉลาดในการวางแผนอนาคตเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มตนเองอย่างแท้จริง

ที่มา – Humans Were Stocking Mountain Lakes With Fish 7,000 Years Ago, Archaeologists Say

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *