ภูมิธรรมเผยทรัมป์ชื่นชมไทยรักษาสันติภาพ ชี้เจรจาภาษีสหรัฐฯ เป็นบวก
ภูมิธรรมเผยทรัมป์ต่อสายชื่นชมไทยเป็นตัวอย่างรักษาสันติภาพ-อยากมาเยือนไทย เผยเจรจาภาษีสหรัฐเดินหน้าทางบวก
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีเหตุการณ์ทางการทูตที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงการสนทนาทางโทรศัพท์ แต่กลับส่งผลสะเทือนต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างมาก โดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดหลังการพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นเวลานานถึง 30 นาที
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การติดต่อโดยตรงจากผู้นำโลกคนหนึ่ง แต่คือสาระสำคัญของบทสนทนา ที่ทรัมป์ได้ แสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ ต่อความกล้าหาญของประเทศไทยในการเปิดกว้างเพื่อรักษาสันติภาพ รวมถึงการร่วมมือกับนานาชาติเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งเขามองว่าเป็น “ตัวอย่างที่ดี” สำหรับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
สหรัฐฯ ชื่นชมบทบาทของไทยอย่างเปิดเผย
ภูมิธรรมเผยทรัมป์ต่อสายชื่นชมไทยเป็นตัวอย่างรักษาสันติภาพ-อยากมาเยือนไทย เผยเจรจาภาษีสหรัฐเดินหน้าทางบวก – นี่คือหัวใจของการพูดคุยครั้งนี้ ทรัมป์ไม่เพียงแต่ชื่นชมด้านการทูต แต่ยังสัญญาว่าจะผลักดันการเจรจาเรื่องภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าจะ “ทำให้ดีที่สุด” เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ เขายังแสดงความสนใจที่จะเดินทางมาเยือนไทยด้วยตนเอง เพราะประทับใจในวัฒนธรรม ความเป็นมิตร และบรรยากาศโดยรวมของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของผู้นำโลกคนอื่น ๆ เช่น เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ก็ได้ชื่นชมไทยเช่นเดียวกัน
เจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ เดินหน้าในทิศทางบวก
หนึ่งในประเด็นเศรษฐกิจที่น่าจับตาคือ การพูดคุยเรื่องข้อตกลงด้านภาษี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ ภูมิธรรมเชื่อว่า การเจรจาจะเริ่มต้นบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ และผลักดันให้สองประเทศเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ มองไทยว่าเป็นแรงผลักดันให้เกิดสันติภาพในระดับอาเซียน
- การเจรจาภาษีคาดว่าจะเปิดทางให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น
- ลดต้นทุนทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- เสริมสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ
แม้สถานการณ์ชายแดนยังมีความตึงเครียดบางช่วง โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-กัมพูชายาวกว่า 800 กิโลเมตร แต่รัฐบาลก็ยืนยันว่าการคุยระหว่างแม่ทัพทั้งสองฝ่ายในวันที่ 29 กรกฎาคม จะช่วยวางรากฐานสันติภาพอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญคือ การที่แม้จะมีคำสั่งหยุดยิงในเวลาเที่ยงคืน แต่หากยังมีการปะทะต่อเนื่อง หรือกำลังทหารต่างฝ่ายยังคงอยู่ในพื้นที่พิพาท ก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและถอยทัพอย่างเป็นระบบ
ภูมิธรรมย้ำว่า “เราต้องดูให้ไกลและกว้าง” เพราะนี่ไม่ใช่แค่การยุติความขัดแย้งทันที แต่เป็น จุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ ที่เกิดจากการร่วมมือของทั้งชาติและชุมชนโลก
ความหวังคือ หลังจากนี้ ประเทศไทยจะกลายเป็นต้นแบบของ “การเจรจาไม่ใช่การใช้กำลัง” และเป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศอื่น ๆ มองหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ
ในยุคที่ความตึงเครียดระหว่างประเทศเกิดขึ้นทั่วโลก การที่ไทยได้รับการยกย่องจากผู้นำโลกอย่างทรัมป์ นับเป็นสิ่งที่ควรภูมิใจ และช่วยยกระดับสถานะของประเทศในเวทีนานาชาติอย่างแท้จริง
เป็นโอกาสที่ดีที่เราควรต่อยอดความสำเร็จนี้ ทั้งด้านการทูต เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของชาติ อย่าให้โอกาสนี้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ภูมิธรรมเผยทรัมป์ต่อสายชื่นชมไทยเป็นตัวอย่างรักษาสันติภาพ-อยากมาเยือนไทย เผยเจรจาภาษีสหรัฐเดินหน้าทางบวก คือเสียงสะท้อนที่เราควรได้ยิน และเร่งเดินหน้าต่อไป
