ภูมิธรรมสั่งผู้ว่าฯ เร่งแก้ปัญหาศูนย์อพยพขอคืนพื้นที่โรงเรียน-เงินไม่ถึงมือประชาชน
ภูมิธรรมสั่งผู้ว่าฯ เร่งแก้ปัญหาศูนย์อพยพขอคืนพื้นที่โรงเรียน-เงินไม่ถึงมือประชาชน
วันที่ 6 สิงหาคม โดยมีประเด็นสำคัญจากคำสั่งของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการศูนย์อพยพหลายพื้นที่ที่ยังคงมีความล่าช้า โดยเฉพาะเรื่องการขอคืนพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อเตรียมเปิดการเรียนการสอน รวมถึงปัญหาเงินเยียวยาที่ไม่ถึงมือประชาชนอย่างตรงไปตรงมา โดยภูมิธรรมย้ำว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น กองทัพและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
จากกรณีที่มีอดีต ส.ส. และประชาชนหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ความช่วยเหลือบางส่วนยังไม่ไปถึงผู้ประสบภัย ภูมิธรรมได้แสดงความกังวลเรื่องนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส โดยมีการสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งดำเนินการดูแลให้เกิดความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ
ความรับผิดชอบของผู้ว่าฯ และการตรวจสอบปัญหา
ในการให้สัมภาษณ์ ภูมิธรรมได้อธิบายว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ หากพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถทำหน้าที่ในการแทนรัฐบาลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จำเป็นต้องพิจารณาความบกพร่องที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนตัวบุคคลให้ผู้ที่มีศักยภาพมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ยังเร่งให้ตรวจสอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่มาจากส่วนไหนกันแน่ ทั้งในระดับผู้ว่าฯ หรือระดับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสามารถตัดสินใจใจเยียวยาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหายืดเยื้อ
ความเคลื่อนไหวในประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา
นอกจากนี้ ในวันเดียวกันยังมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ร่วมกับทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก เพื่อพิจารณารายงานจากคณะเลขานุการที่ได้ร่วมประชุม GBC เมื่อช่วงเช้า โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอรายงานเพิ่มเติมจากหน่วยงาน เพื่อรับแนวทางแก้ไขโดยรวม
ปัญหาสายลับและโดรนจากฝั่งกัมพูชา
อีกประเด็นที่น่าจับตามองคือกรณีที่เจ้าหน้าที่ สภ.ลำดวน จังหวัดบุรีรัมย์ สามารถจับสายลับกัมพูชาที่เป็นทหารหน่วย BHQ ประจำการคุ้มครองนายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้ ภูมิธรรมยืนยันว่าต้องให้การให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมาย และได้มีการกำชับการรักษาความปลอดภัยและตรวจจับโดรนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด
ปัจจุบันมีการยึดโดรนมากกว่า 200 ลำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนว่าเป็นโดรนของบุคคลใดหรือหน่วยงานใด เช่นเดียวกับการควบคุมตัวสายลับที่ยังต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง แต่ทางราชการยืนยันว่าเตรียมแนวทางความเข้มงวดไว้แล้ว โดยเฉพาะการตรวจจับโดรนซึ่งมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงที่กระแสข่าวความเคลื่อนไหวระหว่างสองประเทศยังคงเปราะบาง