‘ภัทรพงศ์’ รุดตรวจ MRT เตาปูน หลังไฟลัดวงจร สั่งเร่งซ่อมคืนนี้ เตรียม ขสมก. สำรองหากไม่พร้อมเปิดบริการ

เหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรและมีกลุ่มควันที่สถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน กลายเป็นประเด็นที่ผู้โดยสารจำนวนมากติดตามอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้ (20 กันยายน) ‘ภัทรพงศ์’ รุดตรวจ MRT เตาปูน หลังไฟลัดวงจร สั่งเร่งซ่อมคืนนี้ เตรียม ขสมก. สำรองหากไม่พร้อมเปิดบริการ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง พร้อมประสานกรมการขนส่งทางราง หรือ ขร. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. รวมถึงบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ให้ตรวจสอบระบบอย่างละเอียด เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการเดินรถที่ทำให้ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน

‘ภัทรพงศ์’ รุดตรวจ MRT เตาปูน หลังไฟลัดวงจร สั่งเร่งซ่อมคืนนี้ เตรียม ขสมก. สำรองหากไม่พร้อมเปิดบริการ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเวลา 12.32 น. หลังเกิดไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณสายไฟฟ้าบนรางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพเข้าควบคุมสถานการณ์จนสงบ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจมาจากสายเคเบิลลัดวงจร ต่อมาในเวลา 13.15 น. สัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทำงานบริเวณห้อง Power Supply ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการจ่ายไฟให้ระบบรถไฟฟ้า

แม้เจ้าหน้าที่จะไม่พบเปลวเพลิง แต่ตรวจพบกลุ่มควันและรอยอาร์กไฟฟ้า หรือรอยไหม้ที่เกิดจากประกายไฟ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์ สายไฟ ระบบจ่ายพลังงาน และระบบความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรอบคอบ การตรวจสอบลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการเปิดระบบเร็วเกินไปโดยยังไม่ยืนยันสาเหตุที่แท้จริง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน

เร่งซ่อมตลอดคืน แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน

ภัทรพงศ์ระบุว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ขณะที่ BEM เตรียมดำเนินการซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหายตลอดคืนนี้ โดยมีเป้าหมายให้ระบบกลับมาเปิดให้บริการได้ทันในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การซ่อมเสร็จไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเปิดเดินรถได้ทันที เพราะยังต้องผ่านขั้นตอนทดสอบระบบและยืนยันความพร้อมจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบต้องครอบคลุมทั้งการจ่ายไฟ การสื่อสารระหว่างสถานีกับศูนย์ควบคุม ระบบสัญญาณ ระบบระบายอากาศ อุปกรณ์ป้องกันเหตุฉุกเฉิน และเส้นทางอพยพ หากพบความผิดปกติเพียงจุดเดียว การชะลอการเปิดบริการย่อมเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการเร่งเปิดโดยไม่มีความมั่นใจเพียงพอ สำหรับผู้โดยสาร การติดตามประกาศจาก MRT รฟม. และ BEM จึงมีความสำคัญมากกว่าการอาศัยข้อมูลจากข้อความที่ส่งต่อกันบนโซเชียลมีเดีย

  • ตรวจสอบประกาศล่าสุด: เช็กสถานะการเดินรถก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อรถไฟฟ้าหลายสาย
  • เผื่อเวลาเดินทาง: หากสถานีเตาปูนหรือเส้นทางเชื่อมต่อได้รับผลกระทบ ควรวางแผนเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้า
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่: ไม่ควรเข้าใกล้พื้นที่ปิดกั้นหรือพยายามเดินทางเข้าสถานีหากมีประกาศงดให้บริการ
  • เตรียมช่องทางชำระเงินและการเดินทางอื่น: รถโดยสาร แท็กซี่ หรือบริการเรียกรถอาจมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน

เตรียม ขสมก. เป็นแผนสำรองลดผลกระทบผู้โดยสาร

หากการซ่อมแซมหรือการตรวจสอบระบบไม่แล้วเสร็จตามกำหนด กระทรวงคมนาคมเตรียมประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ให้จัดรถรับส่งประชาชนเฉพาะช่วงสถานีที่ได้รับผลกระทบเป็นการชั่วคราว แผนดังกล่าวช่วยให้ผู้โดยสารยังสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายได้ แม้ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง

การมีแผนสำรองถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับระบบขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่ เพราะเหตุขัดข้องด้านพลังงานหรือระบบควบคุมอาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด การเตรียมรถโดยสาร เจ้าหน้าที่ประจำจุด และการสื่อสารที่ชัดเจน จะช่วยลดความสับสนและป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารกระจุกตัวอยู่ในสถานีมากเกินไป ในมุมของผู้ใช้บริการ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือข้อมูลที่รวดเร็ว ถูกต้อง และระบุทางเลือกในการเดินทางอย่างชัดเจน

สำหรับเหตุการณ์ ‘ภัทรพงศ์’ รุดตรวจ MRT เตาปูน หลังไฟลัดวงจร สั่งเร่งซ่อมคืนนี้ เตรียม ขสมก. สำรองหากไม่พร้อมเปิดบริการ สะท้อนว่าการฟื้นฟูระบบรถไฟฟ้าควรเดินหน้าไปพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ใช่ให้ความเร็วมาก่อนความมั่นใจ ผู้โดยสารควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการก่อนเดินทาง และเผื่อเวลาไว้สำหรับการเปลี่ยนเส้นทาง ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสื่อสารสถานะการซ่อมแบบต่อเนื่อง เพราะข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด

ในระยะยาว เหตุการณ์นี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้ดูแลระบบทบทวนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน การตรวจจับความร้อนของสายไฟ และการแจ้งเตือนความผิดปกติแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและยกระดับความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ

ที่มา – ‘ภัทรพงศ์’ รุดตรวจ MRT เตาปูน หลังไฟลัดวงจร สั่งเร่งซ่อมคืนนี้ เตรียม ขสมก. สำรองหากไม่พร้อมเปิดบริการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *