พิพัฒน์ เผย ครม. อนุมัติเงินเพิ่มสภาพคล่อง ขสมก. ชี้ต้องหยุดขาดทุนภายใน 7 ปี เน้นระบบเช่า ลดภาระหนี้
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติวงเงินเพิ่มสภาพคล่องให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นจำนวนเงินกว่า 9,100 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว
พิพัฒน์ เผย ครม. อนุมัติเงินเพิ่มสภาพคล่อง ขสมก. ชี้ต้องหยุดขาดทุนภายใน 7 ปี เน้นระบบเช่า ลดภาระหนี้
การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มสภาพคล่องแบบชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานของ ขสมก. อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้องค์กรหยุดขาดทุนภายใน 5-7 ปีข้างหน้า
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเปลี่ยนรถยนต์ทั้งหมดที่ ขสมก. ใช้งานจากแบบดีเซลหรือ NGV มาเป็นรถไฟฟ้า (EV) 100% ซึ่งนอกจากจะช่วยพลิกฟื้นภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้กว่า 60% เทียบกับระบบเดิม ทั้งนี้ ขณะนี้กระบวนการจัดซื้อรถไฟฟ้า 1,520 คันได้เสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าจะเริ่มรับมอบล็อตแรกในปี 2570
เปลี่ยนการเป็นเจ้าของรถ เป็นระบบเช่า-ลดภาระหนี้
แนวทางสำคัญที่ ขสมก. จะนำพาองค์กรไปสู่จุดคุ้มทุนคือ การเปลี่ยนจากการเป็นเจ้าของรถสารภาพมาเป็นระบบเช่า (leasing) แทน ซึ่งจะช่วยลดภาระทั้งค่าซ่อมบำรุงและการจัดหาอะไหล่ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่มาโดยตลอด และให้บริษัทผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถแทน
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบเก็บค่าโดยสารให้กลายเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เงินสด ทำให้ลดจำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสารลงไปได้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
รถใหม่ทั้งหมด ลดจาก 2,800 เป็น 2,300 คัน
รัฐมนตรีพิพัฒน์ได้กำหนดนโยบายให้ ขสมก. ปรับจำนวนรถโดยสารจากปัจจุบันที่มีกว่า 2,800 คัน เหลือเพียง 2,300 คัน โดยให้เป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน และลดภาระด้านงบประมาณในระยะยาว
ตามข้อมูลเบื้องต้น ยังมีรถ NGV ประมาณ 400 คันในระบบ หากเมื่อได้รถใหม่มาครบตามเป้า 2,300 คันแล้ว คาดว่ารถเก่าสามารถจำหน่ายออกไปได้เลย เพื่อประหยัดงบประมาณและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
รถไฟความเร็วสูง – รอความชัดเจนหลังเลือกตั้ง
สำหรับประเด็นรถไฟความเร็วสูงภาคตะวันออกที่พรรคประชาชนเสนอให้ขยายเส้นทางไปถึง จ.ตราด พิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลมีท่าทีเปิดกว้าง พร้อมร่วมมือเอกชนในการลงทุนในโครงการไฮสปีดเทรนเพื่อเชื่อมต่อ 3 สนามบิน พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางการขยายเส้นทางเชื่อมเมืองอย่างรอบด้าน โดยความชัดเจนในเรื่องนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง
ในการปรับเปลี่ยนองค์กรทั้งองค์กรเช่นนี้ จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ระยะยาว การเลือกใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบการเก็บเงินด้วยเทคโนโลยี และการบริหารทรัพยากรโดยการร่วมมือกับเอกชน จะช่วยให้ ขสมก. กลับมาเดินบนเส้นทางสายดำได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
ข้อเสนอแนะ:
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการปฏิวัติโครงสร้างองค์กรขนส่งในเมืองใหญ่อย่างแท้จริง ประชาชนควรติดตามและให้การสนับสนุนขบวนการนี้ เพราะจะได้เห็นระบบขนส่งที่ทันสมัย สะอาด และลดภาระภาษีในระยะยาว
ที่มา – พิพัฒน์ เผย ครม. อนุมัติเงินเพิ่มสภาพคล่อง ขสมก. ชี้ต้องหยุดขาดทุนภายใน 7 ปี เน้นระบบเช่า ลดภาระหนี้
