‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ ลุยหาดฟรีดอม สั่งสอบ น.ส.3 ปมเก็บค่าเข้าหาด ขอคืนภูเก็ตให้คนภูเก็ต
เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสารเรื่องการท่องเที่ยวและปัญหาที่ดินในจังหวัดภูเก็ต คงได้ยินข่าวคราวที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองกันใหม่ เมื่อสองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่าง คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี และคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ลงพื้นที่แบบจัดเต็มเพื่อสะสางปัญหาผู้มีอิทธิพลและส่วยที่กัดกินพื้นที่ท่องเที่ยวอันสวยงามของเรา ภายใต้หัวข้อ “‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ ลุยหาดฟรีดอม สั่งสอบ น.ส.3 ปมเก็บค่าเข้าหาด ขอคืนภูเก็ตให้คนภูเก็ต” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบครั้งใหญ่ของเกาะภูเก็ตครับ
ปัญหาหาดฟรีดอมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะที่นี่เป็นที่หมายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลบางกลุ่มอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาอ้างสิทธิ์เพื่อเก็บค่าผ่านทางหรือค่าเข้าหาดอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งคุณพลพีร์และคุณวรศิษฎ์มองว่า นี่คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ภารกิจหลักในครั้งนี้ไม่ใช่การปิดกั้นภูเก็ต แต่เป็นการคืนความสุขและสิทธิประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ควรจะได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ ลุยหาดฟรีดอม สั่งสอบ น.ส.3 ปมเก็บค่าเข้าหาด ขอคืนภูเก็ตให้คนภูเก็ต เพื่อจัดการผู้มีอิทธิพล
ในการลงพื้นที่ คณะรัฐมนตรีได้เข้าตรวจสอบรายละเอียดของเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ที่มีการอ้างถึง โดยมีเป้าหมายคือการตรวจสอบให้ชัดว่าใครคือเจ้าของที่ดินที่แท้จริง และเส้นทางการเก็บค่าเข้าหาดนั้นโปร่งใสหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการกำชับว่าหากใครที่ประกอบธุรกิจอยู่แต่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเข้ามาพูดคุยหรือลงทะเบียนเพื่อขอคำแนะนำได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการกดขี่จากมาเฟียหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
- ตรวจสอบสิทธิ์ที่ดิน น.ส.3 ว่ามีการใช้อ้างสิทธิ์เพื่อเก็บค่าเข้าหาดอย่างไม่ชอบธรรมหรือไม่
- จัดการปัญหาส่วยที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาด
- มุ่งมั่นสร้างกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส ไม่มีการฟอกขาวให้กับผู้ทำผิด
หลายคนอาจสงสัยว่าการจัดการเรื่อง “‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ ลุยหาดฟรีดอม สั่งสอบ น.ส.3 ปมเก็บค่าเข้าหาด ขอคืนภูเก็ตให้คนภูเก็ต” จะเป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราวหรือไม่ แต่จากคำยืนยันของทั้งสองท่านที่ระบุว่า “ไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำให้เสร็จ แต่มาเพื่อให้สำเร็จ” ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมให้มีใคร “อยู่เหนือกฎหมาย” ได้อีกต่อไป ซึ่งนี่คือสัญญาณบวกสำหรับผู้ประกอบการในภูเก็ตที่ต้องการทำธุรกิจอย่างสุจริต
มุมมองในแง่เทรนด์ความเชื่อมั่น
การเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายครั้งนี้บ่งบอกถึงทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย คือการมุ่งเน้นความเป็นระเบียบและลดอิทธิพลมืด ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้นในระยะยาว สิ่งที่น่าจับตามองในลำดับถัดไปคือการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่เฉพาะภูเก็ต หากรัฐบาลสามารถทำได้จริงตามเป้าหมาย ประเทศไทยก็น่าจะยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไปสู่ความเป็นสากลได้อีกระดับครับ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในความสวยงามของภูเก็ต การสนับสนุนให้เกิดความโปร่งใสในระดับรากหญ้าแบบนี้คือสิ่งที่ช่วยรักษาแหล่งท่องเที่ยวของเราให้ยั่งยืน สำหรับใครที่มีข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ก็ควรกล้าที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างภูเก็ตให้น่าอยู่และสวยงามสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงครับ
ที่มา – ‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ ลุยหาดฟรีดอม สั่งสอบ น.ส.3 ปมเก็บค่าเข้าหาด ขอคืนภูเก็ตให้คนภูเก็ต
