พบขลุ่ยกระดูกอายุ 2,700 ปีที่ทรอย
เมืองทรอยไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของสงครามในมหากาพย์ของโฮเมอร์อีกต่อไป เพราะการขุดค้นทางโบราณคดีครั้งล่าสุดกำลังทำให้เราเห็นภาพชีวิตของผู้คนในเมืองโบราณแห่งนี้ชัดเจนขึ้น นักโบราณคดีพบทั้งศีรษะรูปเคารพอายุประมาณ 4,500 ปี และชิ้นส่วนเครื่องดนตรีที่น่าสนใจอย่าง พบขลุ่ยกระดูกอายุ 2,700 ปีที่ทรอย การค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่าทรอยมีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อนกว่าภาพจำเรื่องม้าไม้หรือสงครามที่เล่าต่อกันมา
พบขลุ่ยกระดูกอายุ 2,700 ปีที่ทรอย เปิดเสียงจากอดีต
ทีมนักโบราณคดีทำงานอยู่ที่แหล่งโบราณคดีทรอยในประเทศตุรกี หรือTürkiyeในปัจจุบัน และพบชิ้นส่วนกระดูกที่มีอายุย้อนกลับไปราวศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 2,700 ปีก่อน ชิ้นส่วนนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากอาจเป็นหลักฐานชิ้นแรกของเครื่องดนตรีที่ค้นพบจากการขุดค้นอย่างเป็นระบบภายในเมืองทรอย
แม้ชิ้นส่วนจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ลักษณะทางกายภาพบอกใบ้ว่าเครื่องดนตรีดังกล่าวเป็นเครื่องเป่า ปลายด้านหนึ่งถูกขึ้นรูปให้สามารถต่อเข้ากับท่ออีกส่วนได้ นักวิจัยจึงคาดว่าส่วนที่พบอาจเป็นปากหรือส่วนบนของเครื่องดนตรี ขณะที่ส่วนท่อหลักซึ่งทำจากไม้หรือต้นอ้ออาจผุพังไปตามกาลเวลาและไม่หลงเหลือให้ศึกษา
ความสำคัญของการพบขลุ่ยกระดูกอายุ 2,700 ปีที่ทรอย
หลักฐานชิ้นนี้ช่วยยืนยันว่าผู้คนในทรอยยุคแรกของสหัสวรรษก่อนคริสตกาลมีวัฒนธรรมทางดนตรี เครื่องเป่ามักถูกใช้ในงานเทศกาล พิธีกรรมทางศาสนา การเฉลิมฉลอง และกิจกรรมสาธารณะ จึงเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนขลุ่ยอาจเกี่ยวข้องกับการรวมตัวของผู้คน หรือพิธีกรรมที่จัดขึ้นในชุมชนแห่งใหม่ของทรอย
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าขลุ่ยนี้ถูกเล่นอย่างไร มีเสียงแบบใด หรือถูกใช้ในโอกาสใด การทดลองสร้างเครื่องดนตรีจำลองจากวัสดุและรูปทรงใกล้เคียงอาจช่วยให้นักวิชาการเข้าใจระบบเสียงของมันมากขึ้นในอนาคต แม้จะไม่สามารถทำให้เสียงที่แท้จริงจากอดีตกลับคืนมาได้ทั้งหมดก็ตาม
ทรอยมีประวัติศาสตร์มากกว่าสงครามในมหากาพย์
ผู้คนมักรู้จักทรอยจากเรื่องราวในมหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีย์ ซึ่งกล่าวถึงสงครามระหว่างชาวกรีกกับชาวเมืองทรอย รวมถึงวีรบุรุษอย่างโอดิสสิอุส แต่หลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าเมืองแห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่ต่อเนื่องหลายยุคสมัย เมืองทรอยเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ประมาณ 3,600 ปีก่อนคริสตกาล และนักโบราณคดีสามารถแบ่งชั้นการอยู่อาศัยออกเป็น 9 ระดับ ตั้งแต่ทรอยที่ 1 ถึงทรอยที่ 9
นักวิชาการมักเชื่อมโยงทรอยในยุคของโฮเมอร์กับช่วงปลายยุคสำริด โดยเฉพาะราวปลายศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล ในเวลานั้นทรอยอาจเป็นเมืองหลวงที่มั่งคั่งของอาณาจักรระดับภูมิภาค ซึ่งชาวฮิตไทต์อาจเรียกดินแดนนี้ว่า “วิลูซา” ความรุ่งเรืองดังกล่าวทำให้ทรอยมีความสำคัญทั้งด้านการค้า การเมือง และการเดินทางระหว่างภูมิภาค
หลังจากช่วงที่เมืองถูกทิ้งร้างหรือมีผู้คนอาศัยอยู่น้อยลง ทรอยก็ได้รับการตั้งถิ่นฐานอีกครั้งโดยชุมชนชาวกรีก หลักฐานจากชิ้นส่วนขลุ่ยทำให้นักวิจัยตั้งคำถามว่าการกลับเข้ามาอยู่อาศัยอาจเริ่มต้นเร็วกว่าที่เคยเข้าใจกัน การค้นพบจึงไม่ได้บอกเพียงว่ามีเครื่องดนตรีอยู่ในเมือง แต่ยังช่วยเติมเต็มเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของชุมชนด้วย
ศีรษะรูปเคารพสะท้อนความเชื่อของชาวทรอยยุคแรก
นอกจากชิ้นส่วนขลุ่ยแล้ว ทีมขุดค้นยังพบศีรษะรูปเคารพอายุประมาณ 4,500 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงทรอยที่ 2 หรือยุคสำริดตอนต้น วัตถุชิ้นนี้มีลักษณะกลมป้อม มีรูเล็กสองรูและเส้นตรงที่อาจสื่อถึงดวงตาและจมูก รวมถึงส่วนที่ดูคล้ายเครื่องประดับศีรษะ รูปเคารพลักษณะนี้มักเชื่อมโยงกับตัวแทนเพศหญิงและความเชื่อทางศาสนา
รูปเคารพขนาดเล็กเช่นนี้อาจเป็นสิ่งของสำหรับการสักการะส่วนบุคคล หรืออาจใช้ในพิธีกรรมภายในครอบครัว เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและสามารถพกพาได้ ทว่านักโบราณคดียังไม่ทราบแน่ชัดว่ารูปเคารพชิ้นนี้มีหน้าที่ใด สิ่งที่ทำให้การค้นพบมีความพิเศษคือบริบทของตำแหน่งที่พบ
ทีมงานพบรูปเคารพอยู่ใต้พื้นบริเวณทางเข้าป้อมปราการหรือประตู FN นักวิจัยจึงตั้งคำถามว่าชาวเมืองอาจจงใจทำลายแล้วฝังวัตถุไว้ใต้ทางเข้าเพื่อปกป้องเมืองหรือไม่ หรือบริเวณดังกล่าวอาจเคยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองประตูเมือง การค้นพบนี้เปิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับความหมายของทางเข้าสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ในทรอยยุคสำริดตอนต้น
สิ่งที่หลักฐานทั้งสองชิ้นบอกเรา
- ทรอยเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยหลายยุคสมัย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงสงครามในตำนาน
- ดนตรีมีบทบาทในชุมชนโบราณ โดยเครื่องเป่าอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม งานเทศกาล และการเฉลิมฉลอง
- ความเชื่อทางศาสนาผูกพันกับพื้นที่เมือง โดยเฉพาะบริเวณประตูและทางเข้าสำคัญ
- การค้นพบจากบริบทมีความสำคัญ เพราะตำแหน่งของวัตถุช่วยให้นักวิจัยตีความหน้าที่และความหมายได้มากกว่าการพิจารณาวัตถุเพียงอย่างเดียว
- เรื่องราวของโอดิสสิอุสไม่ได้ครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมด เพราะขลุ่ยนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังยุคที่มักเชื่อมโยงกับมหากาพย์
คำว่า พบขลุ่ยกระดูกอายุ 2,700 ปีที่ทรอย จึงไม่ได้เป็นเพียงพาดหัวข่าวที่น่าสนใจ แต่เป็นประตูสู่การทำความเข้าใจเสียง ความเชื่อ และชีวิตประจำวันของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ แม้โอดิสสิอุสจะไม่เคยได้ยินเสียงขลุ่ยดังกล่าว แต่คนรุ่นปัจจุบันกำลังได้ยินเสียงสะท้อนจากอดีตผ่านหลักฐานทางโบราณคดี การค้นพบเช่นนี้เตือนให้เราไม่มองทรอยผ่านเรื่องสงครามเพียงมุมเดียว และควรติดตามการขุดค้นครั้งต่อไป เพราะวัตถุชิ้นเล็ก ๆ อาจเปลี่ยนความเข้าใจต่อเมืองโบราณทั้งเมืองได้
ที่มา – Archaeologists at Ancient Troy Unearth a 2,700-Year-Old Bone Flute. Odysseus Never Heard It
