ฝันร้ายของเทสลาทวีความรุนแรง มัสก์เตือนรับมือ ‘ไตรมาสที่ยากลำบาก’

หากคุณติดตามข่าวเทคโนโลยีและวงการรถยนต์ไฟฟ้า คงไม่มีใครปฏิเสธว่าช่วงนี้คือช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับ เทสลา (Tesla) อย่างแท้จริง ผลประกอบการไตรมาสที่สองออกมาดูหม่นหมอง ทั้งรายได้และกำไรที่หดตัว ขณะที่ อีลอน มัสก์ กลับออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า อาจยังมี ‘ไตรมาสที่ยากลำบาก’ อีกหลายไตรมาสข้างหน้า

ฝันร้ายของเทสลากำลังทวีความรุนแรง

เทสลารายงานผลกำไรสุทธิที่ 1.17 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 16.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้ก็ร่วง 12% เหลือ 22.5 พันล้านดอลลาร์ จาก 25.5 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สองของปีนี้ สาเหตุหลักคือยอดส่งมอบรถยนต์ที่ลดลง 13.5% ในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความต้องการที่ลดลงอย่างชัดเจน

บริษัทต้องตัดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่แรงหนุนจาก เงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า ก็ทยอยหายไป โดยเฉพาะกฎหมาย ‘One Big Beautiful Bill’ ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งจะยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์สำหรับผู้ซื้อ EV ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้ ทำให้รถยนต์ของเทสลากลายเป็นแพงขึ้นทันทีในสายตาผู้บริโภค

มัสก์กับการเมือง: เมื่อผู้นำกลายเป็นความขัดแย้ง

ปัญหาของเทสลาไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจหรือตลาดเท่านั้น อีลอน มัสก์ เองก็กลายเป็นบุคคลที่ เนื้อร้อน ในโลกธุรกิจ หลังลงทุนใกล้ชิดกับการเมืองอเมริกัน ไม่ว่าจะใช้เงินเกือบ 290 ล้านดอลลาร์สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ และรับตำแหน่งหัวหน้า DOGE (Department of Government Efficiency) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการตัดงบประมาณอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีการประท้วงหน้าโชว์รูมเทสลาทั่วโลก

ฐานลูกค้าหลักของเทสลานั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนสิ่งแวดล้อมและแนวคิดเสรีนิยมในสหรัฐฯ และยุโรป การที่มัสก์โยกเข้าหาแนวอนุรักษ์นิยม ทำให้หลายกลุ่มเริ่ม ‘งด’ ซื้อเทสลา แม้เขาจะลาออกจาก DOGE ในเดือนพฤษภาคมเพื่อกลับมาโฟกัสที่ธุรกิจ แต่ความเสียหายยังคงค้างอยู่

ฝันร้ายของเทสลารวมหลายปัจจัย

นอกจากยอดขายและภาพลักษณ์ที่เสื่อมถอย ยังมีแรงกดดันจากภายนอกอีกหลายด้าน:

  • การลดลงของรายได้จากเครดิตกฎระเบียบ — จาก 890 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 439 ล้าน
  • ภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น — CFO เผยว่าต้นทุนจากภาษีเพิ่มขึ้น 300 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว
  • การแข่งขันด้านหุ่นยนต์และรถไร้คนขับนำหน้า — Waymo เริ่มให้บริการจริงแล้ว ในขณะที่เทสลายังต้องมีคนควบคุม

แม้มัสก์จะพยายามเบี่ยงประเด็นว่า “เทสลาไม่ใช่บริษัทรถยนต์อีกต่อไป แต่เป็นบริษัทหุ่นยนต์และ AI” แต่ความจริงคือ รายได้หลักยังมาจากยานยนต์ และความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ทำให้ฝันร้ายของเทสลากำลังทวีความรุนแรง

สิ่งที่เห็นชัดคือ ภัยคุกคามรอบด้าน — ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ภาพลักษณ์ และการแข่งขัน — กำลังทำให้เทสลาต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่โหดที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง แล้วคุณล่ะ เห็นใจมัสก์หรือคิดว่าเขาควรหันหลังให้การเมืองโดยสิ้นเชิง? ร่วมแสดงความคิดเห็นได้เลย!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *