ผู้โทรสายด่วนไซคีเดลิกส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไซคีเดลิก
เมื่อพูดถึงสายด่วนช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญประสบการณ์จากสารไซคีเดลิก หลายคนอาจนึกถึงผู้ที่กำลังใช้เห็ดวิเศษ แอลเอสดี หรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดอื่น แต่ข้อมูลจากโครงการ Fireside Project กลับเผยภาพที่น่าสนใจและแตกต่างออกไปอย่างมาก เพราะ ผู้โทรสายด่วนไซคีเดลิกส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไซคีเดลิก ในช่วงเวลาที่ติดต่อเข้ามา หลายสายมาจากผู้ใช้กัญชาที่กำลังรู้สึกกลัว สับสน หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้
Fireside Project เปิดสาย Psychedelic Support Line ตั้งแต่ปี 2021 โดยมีอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมคอยให้การสนับสนุนทางอารมณ์แบบไม่ใช่การรักษาทางคลินิก อาสาสมัครเหล่านี้มีความเข้าใจประสบการณ์ของผู้โทร และช่วยให้ผู้ที่กำลังวิตกกังวลได้พูดคุยกับใครสักคนอย่างปลอดภัย ข้อมูลจากสายสนทนาที่ไม่เปิดเผยตัวตนจำนวน 25,419 สาย ซึ่งรวบรวมระหว่างเดือนเมษายน 2021 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 จึงกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาเรื่องการใช้สารไซคีเดลิกในชีวิตจริง
ผู้โทรสายด่วนไซคีเดลิกส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไซคีเดลิก
จากข้อมูลทั้งหมด ผู้โทรประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์จากเห็ดวิเศษหรือไซโลไซบิน อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีแนวโน้มโทรเข้ามาขณะกำลังเผชิญภาวะตื่นตระหนกในช่วงที่สารกำลังออกฤทธิ์ กลับเป็นผู้ใช้กัญชาและผลิตภัณฑ์จากกัญชา งานวิจัยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 47 เปอร์เซ็นต์ของผู้โทรที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ติดต่อเข้ามาเพราะกำลังรู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวจากการใช้กัญชาในปัจจุบันหรือจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
ผลลัพธ์นี้ไม่ได้หมายความว่ากัญชาเป็นสารที่อันตรายที่สุด หรือควรถูกมองในแง่ลบแบบเหมารวม นักวิจัยย้ำว่ากัญชาเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่มีผู้ใช้จำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจำนวนสายขอความช่วยเหลือที่สูงกว่าอาจสะท้อนจำนวนผู้ใช้ที่มากกว่า ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเฉพาะรายสูงกว่าสารชนิดอื่นเสมอไป
ผู้โทรสายด่วนไซคีเดลิกส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไซคีเดลิก และนี่คือเหตุผลที่ควรใส่ใจ
จุดที่น่าสนใจคือผู้ใช้กัญชามีลักษณะการขอความช่วยเหลือแตกต่างจากผู้ใช้สารชนิดอื่นอย่างชัดเจน ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของสายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเป็นการขอความช่วยเหลือระหว่างที่กำลังมีอาการหรืออยู่ในภาวะตึงเครียดจากฤทธิ์สาร ขณะที่มีเพียงราว 25 เปอร์เซ็นต์ที่โทรเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว หรือที่เรียกว่า integration support
การสนับสนุนหลังประสบการณ์มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกทางอารมณ์ ความคิด ความทรงจำ หรือผลกระทบต่อร่างกาย กลุ่มผู้ใช้เอ็มดีเอ็มเอและเคตามีนมีแนวโน้มโทรเข้ามาหลังจบประสบการณ์มากกว่า โดยประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ของสายที่เกี่ยวข้องกับเอ็มดีเอ็มเอ และ 59 เปอร์เซ็นต์ของสายที่เกี่ยวข้องกับเคตามีน เป็นการขอความช่วยเหลือเพื่อทบทวนและประมวลผลประสบการณ์
เมื่อพิจารณาเฉพาะสายที่โทรเข้ามาขณะกำลังมีอาการจากสารทุกประเภท อัตราความทุกข์ใจมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น ผู้ใช้ไซโลไซบินมีสัดส่วนการโทรเพราะความทุกข์ใจประมาณ 46 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกัญชาอยู่ใกล้ระดับครึ่งหนึ่ง ข้อมูลนี้สะท้อนว่าภาวะตื่นตระหนกระหว่างการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายชนิด ไม่ควรนำตัวเลขไปใช้เพื่อกล่าวโทษสารใดสารหนึ่งโดยไม่ดูบริบท
ทำไมกัญชาจึงทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
กัญชาในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งสายพันธุ์ที่มีความเข้มข้นสูง อาหารและเครื่องดื่มผสมกัญชา น้ำมันสกัด และผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ผู้ใช้บางคนอาจไม่ทราบปริมาณสารสำคัญที่ได้รับ หรือประเมินระยะเวลาการออกฤทธิ์ต่ำเกินไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่รับประทาน ซึ่งอาจออกฤทธิ์ช้ากว่าการสูดดม แต่มีผลต่อเนื่องยาวนานกว่า
ปัจจัยอื่นก็มีส่วนสำคัญ เช่น การใช้สารในสถานที่ไม่คุ้นเคย การอยู่คนเดียว ความเครียดเดิม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หรือยาอื่น และการมีประสบการณ์วิตกกังวลมาก่อน เมื่อปัจจัยเหล่านี้รวมกัน ผู้ใช้บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว ความคิดวนซ้ำ เวลาผ่านไปช้าผิดปกติ หรือเกิดความกลัวว่าจะเป็นอันตราย แม้อาการบางอย่างอาจค่อย ๆ ลดลงเมื่อฤทธิ์สารจางลง แต่ความรู้สึกในขณะนั้นสามารถรุนแรงและน่ากลัวได้จริง
ข้อควรรู้เมื่อต้องช่วยคนที่กำลังตื่นตระหนก
- อยู่กับเขาอย่างสงบ: ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ตะคอก ไม่หัวเราะเยาะ และไม่ทำให้ผู้มีอาการรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตัดสิน
- ช่วยลดสิ่งกระตุ้น: พาไปยังพื้นที่เงียบ มีอากาศถ่ายเท และลดแสงหรือเสียงที่รบกวน
- ย้ำเรื่องความปลอดภัย: บอกให้รู้ว่ามีคนอยู่ด้วย และช่วยสังเกตอาการโดยไม่ปล่อยให้อยู่ลำพังหากยังสับสนมาก
- อย่าเพิ่มสารอื่น: ไม่ควรแนะนำให้ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ยา หรือรับสารเพิ่มเติมเพื่อหวังให้ฤทธิ์หมดเร็วขึ้น
- ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อจำเป็น: หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หมดสติ ชัก มีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง หรือไม่สามารถแยกแยะความจริงได้ ควรติดต่อบริการฉุกเฉินทันที
ฐานข้อมูลของ Fireside Project มีความสำคัญเพราะช่วยให้สังคมเห็นสถานการณ์จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้ ไม่ใช่เพียงจากสมมติฐานหรือเรื่องเล่าที่รุนแรงบางกรณี จำนวนสายที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ใจจากกัญชามีมากถึง 2,004 สาย ซึ่งชี้ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำและควรได้รับความสนใจ แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ใช้กัญชาทุกคนมีความเสี่ยงเท่ากัน
ข้อมูลลักษณะนี้ยังช่วยให้ผู้กำหนดนโยบาย นักวิจัย และผู้ให้บริการสุขภาพออกแบบแนวทางลดอันตรายได้ตรงจุดมากขึ้น การให้ความรู้เรื่องปริมาณ ความเข้มข้น ระยะเวลาการออกฤทธิ์ และการหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารอื่น อาจช่วยลดเหตุการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ผ่านประสบการณ์น่ากลัวก็ควรมีช่องทางพูดคุยหลังเหตุการณ์ เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบและประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญหรือไม่
บทเรียนสำคัญคือไม่ควรมองสายด่วนลักษณะนี้ว่าให้บริการเฉพาะผู้ใช้ไซคีเดลิกเท่านั้น เพราะความทุกข์ใจจากกัญชาและสารออกฤทธิ์ชนิดอื่นก็เกิดขึ้นได้จริง หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังมีอาการรุนแรง ให้ยึดความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือบริการฉุกเฉินในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพัง การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการรับฟังโดยไม่ตัดสิน อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้ใครบางคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
ที่มา – The Callers Most Likely to Phone a Psychedelic Hotline Mid-Trip Weren’t on Psychedelics
