ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องเศรษฐกิจไทยกันแบบชิลๆ แต่ได้ข้อมูลจริงจังจากผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุณวิทัย รัตนากร ที่เพิ่งออกมาพูดเมื่อ 9 เมษายน เกี่ยวกับสถานการณ์ร้อนๆ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังทำให้ทุกคนกังวลหนัก โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันแพงและห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด ชวนคิดถึงวิกฤตพลังงานที่อาจลากยาวยิ่งกว่าโควิดซะอีก
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’ นี่คือประเด็นหลักที่ท่านย้ำชัดเจนเลยครับ ในกรณีฐาน (Baseline) เศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจโตแค่ 1.3-1.7% ชะลอจาก 2.4% ปีก่อนหน้า ถ้าสงครามจบเร็วๆ ภายใน 2 สัปดาห์ GDP อาจแตะ 1.7% แต่เงินเฟ้อปีละ 2.5% ถ้าจบกลางปี GDP 1.3% แต่เฟ้อพุ่ง 3.5% ทะลุกรอบเป้า 1-3% แน่นอน!
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’
ทำไมธปท. ถึงเลือกตรึงดอกเบี้ยไม่ลดเพิ่ม? เพราะเฟ้อจากอุปทาน (Supply Shock) แบบนี้ การขึ้นดอกเบี้ยช่วยไม่ได้ แถมเสี่ยงทำลายอุปสงค์ (Demand) ไปอีก ผู้ว่าฯ บอกชัด ดอกเบี้ยปัจจุบัน ‘ผ่อนคลายเต็มที่แล้ว’ และเทรนด์ธนาคารกลางโลกคือ ‘คง’ หรือ ‘ขึ้น’ ไม่ใช่ลด ส่งสัญญาณชัด ไม่มีลดดอกเบี้ยเพิ่มแน่นอน เพื่อประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุดครับ
ปัจจัยเสี่ยง 3 อย่างที่ต้องจับตา: 1) ระยะเวลา Duration ของสงคราม 2) ความรุนแรง Intensity เช่นโครงสร้างพลังงานพังแค่ไหน 3) Disruption ห่วงโซ่อุปทาน น้ำมัน เม็ดพลาสติก ปิโตรเคมี ถ้าขาดแคลนหนัก เศรษฐกิจไทยโดนเต็มๆ โดยเฉพาะ SME พ่อค้าแม่ค้าที่ใช้น้ำมันเยอะ แตกต่างจากโควิดที่ปิดแล้วเปิดจบ แต่ครั้งนี้ธุรกิจเปิดแต่ต้นทุนพุ่ง ค่าครองชีพแพง ลากยาวกว่าต้มยำกุ้งปี 40 ซะอีก!
วิกฤตพลังงานกระทบใครหนักสุด? SME และคนตัวเล็ก!
ผู้ว่าฯ เปรียบชัด: โควิดรายได้ศูนย์แต่จบเร็ว ตอนนี้รายได้ยังมีแต่ไม่มีวัตถุดิบ น้ำมันแพงยาวๆ ทุกอย่างแพงตาม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายและขนส่ง ฟังแล้วอดห่วงไม่ได้เลยครับ
เครื่องมือช่วยเหลือจากธปท. พร้อมลุย!
- ขอความร่วมมือแบงก์และนอนแบงก์ ช่วยลูกหนี้เชิงป้องกัน เช่น จ่ายเฉพาะดอก ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อน สำหรับลีสซิ่งรถ รถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อส่วนบุคคล
- มาตรการ SMEs Secure+ เติมสภาพคล่องให้ SME ที่มีหลักทรัพย์
- ถ้าถึงขั้นวิกฤต อาจออกพ.ร.ก. Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุน EV โซลาร์เซลล์ พลังงานทางเลือก
- อื่นๆ เช่น DR TDR พักหนี้ ปรับ Minimum Payment บัตรเครดิต (ปัจจุบัน 8% ไม่กลับ 10%)
ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะมา ไม่ว่าจะ พ.ร.ก.กู้เงินหรือเกมเล็ก ผู้ว่าฯ บอกยังไม่รู้รายละเอียด แต่เชื่อว่าจะช่วย GDP เพิ่มได้
มุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมมองว่า สถานการณ์นี้คล้าย disruption ในวงการเทค ถ้า supply chain พังเหมือนชิปขาดแคลนตอนโควิด เศรษฐกิจไทยต้องปรับตัวเร็ว สนับสนุน EV และพลังงานสะอาดจะเป็นเทรนด์ใหญ่ ลดพึ่งพาน้ำมัน ตอนนี้แนะนำเพื่อนๆ วางแผนการเงินดีๆ เก็บสต็อกของใช้จำเป็น และติดตามข่าวธปท. ใกล้ชิด ถ้าสงครามจบเร็ว เศรษฐกิจฟื้นไว แต่ถ้ายืดเยื้อ ต้องพร้อมรับมือ!