ผอ.ศูนย์ข่าวไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ชายแดนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ย้ำกองทัพพร้อมรับมือทุกมิติ ชี้กัมพูชาใช้เฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนกันอยู่บ้าง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลในจังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้น และทำไมการนำเสนอข้อเท็จจริงในยุคดิจิทัลถึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในหัวข้อ ผอ.ศูนย์ข่าวไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ชายแดนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ย้ำกองทัพพร้อมรับมือทุกมิติ ชี้กัมพูชาใช้เฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ

ผอ.ศูนย์ข่าวไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ชายแดนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ย้ำกองทัพพร้อมรับมือทุกมิติ ชี้กัมพูชาใช้เฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.อ.อ. ประภาส ได้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า กองทัพไทยในปัจจุบันมีความพร้อมมากกว่าที่เคย ทั้งด้านศักยภาพของกำลังพลจากทั้ง 3 เหล่าทัพ และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เรากำลังอยู่ในสถานะที่ถือครองความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ การที่ผู้นำกัมพูชาพยายามสร้างกระแสข่าวปลอมหรือ Fake News เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือพยายามด้อยค่าประเทศไทยนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่ล้าสมัยและส่งผลในเชิงลบต่อความน่าเชื่อถือของตัวเองมากกว่า

ทำไมข่าวปลอมถึงเป็นภัยเงียบต่อความมั่นคง?

ในมุมมองของนักวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลเท็จไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองในกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ทำลายบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พล.อ.อ. ประภาส ได้ย้ำชัดว่า ผอ.ศูนย์ข่าวไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ชายแดนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ย้ำกองทัพพร้อมรับมือทุกมิติ ชี้กัมพูชาใช้เฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ ได้อย่างน่าสนใจว่า ข่าวปลอมที่กล่าวอ้างเรื่องการรุกล้ำดินแดนเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ฝ่ายไทยยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านตระหนักคือ ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนด้วยความเร็วสูง การเลือกรับข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยกองทัพไทยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 3 ประการคือ:

  • การรักษาความปลอดภัยของกำลังพลและยุทโธปกรณ์
  • การบูรณาการข้อมูลเพื่อป้องกันความสูญเสีย
  • การปฏิบัติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กองทัพยังเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ ซึ่งถือเป็นการนำเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมาพัฒนาพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับพี่น้องในท้องถิ่น ซึ่งต่างจากการใช้งบประมาณไปจ้างล็อบบี้ยีสต์เพื่อสร้างข่าวปลอมแบบไร้หลักฐาน

บทสรุปและมุมมองต่อสถานการณ์

ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคสื่อ เราควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนเรื่องความมั่นคง การที่ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อเท็จจริงและหลักสันติวิธีจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด การพยายามใช้เฟกนิวส์เพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองอาจเป็นวิธีที่ทำได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวนั้นความจริงย่อมเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าเสมอ หากคุณติดตามสถานการณ์โลกจะพบว่าเทรนด์ของข่าวปลอมกำลังถูกจัดการอย่างจริงจังในทุกภูมิภาค ดังนั้นเราในฐานะคนไทยควรสนับสนุนการสื่อสารที่ถูกต้องและโปร่งใสครับ

ที่มา – ผอ.ศูนย์ข่าวไทย-กัมพูชา ลงพื้นที่ชายแดนอุบลฯ-ศรีสะเกษ ย้ำกองทัพพร้อมรับมือทุกมิติ ชี้กัมพูชาใช้เฟกนิวส์ด้อยค่าตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *