ผบ.ตร. สั่งสอบปม ป๋อง ฆาตกรรม 5 ศพ เป็นสายลับตำรวจ ลั่นฟันอาญาเด็ดขาดแม้เกษียณ ชี้ลบประวัติอาชญากรเองไม่ได้
สวัสดีครับแฟนข่าวทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจกันอย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีข่าวคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 5 ศพ ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาคือ “ป๋อง” ได้มีพยานออกมาตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกับการเป็นสายลับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในอดีต ทำให้ล่าสุดทาง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเคลื่อนไหวสั่งการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังในหัวข้อ ผบ.ตร. สั่งสอบปม ป๋อง ฆาตกรรม 5 ศพ เป็นสายลับตำรวจ ลั่นฟันอาญาเด็ดขาดแม้เกษียณ ชี้ลบประวัติอาชญากรเองไม่ได้ เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคมครับ
ผบ.ตร. สั่งสอบปม ป๋อง ฆาตกรรม 5 ศพ เป็นสายลับตำรวจ ลั่นฟันอาญาเด็ดขาดแม้เกษียณ ชี้ลบประวัติอาชญากรเองไม่ได้
ประเด็นที่หลายคนกังวลคือเรื่องการใช้สายลับหรือ “นิ้ว” ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในระดับสากลถือเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีนี้ทาง ผบ.ตร. ได้ย้ำชัดเจนว่า หากมีการตรวจสอบพบว่าตำรวจนายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างผู้ต้องหาในทางที่ผิด หรือมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องความผิดทางอาญาที่ไม่มีอายุความ ต่อให้เกษียณอายุราชการไปแล้วก็หนีไม่พ้นครับ
ข้อเท็จจริงเรื่องการลบประวัติอาชญากร
อีกหนึ่งประเด็นที่สังคมสงสัยคือ การทำหน้าที่เป็นสายลับจะสามารถลบประวัติอาชญากรเพื่อแลกกับข้อมูลได้หรือไม่ ทาง ผบ.ตร. ได้ชี้แจงในมุมมองของระบบเทคโนโลยีและระเบียบปฏิบัติว่า ผบ.ตร. สั่งสอบปม ป๋อง ฆาตกรรม 5 ศพ เป็นสายลับตำรวจ ลั่นฟันอาญาเด็ดขาดแม้เกษียณ ชี้ลบประวัติอาชญากรเองไม่ได้ เพราะการลบประวัติอาชญากรไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เหมือนการกดปุ่มบนคีย์บอร์ดครับ
- ข้อมูลประวัติถูกจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- การลบข้อมูลต้องผ่านกระบวนการของคณะกรรมการพิจารณาอย่างเคร่งครัด
- ไม่มีใครสามารถเข้าไปลบประวัติเองได้ตามอำเภอใจ
- การลบประวัติมักทำได้เฉพาะกรณีที่มีคำสั่งศาล หรือเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น
สรุปแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก การใช้สายลับเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนคดีอาชญากรรมเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและคุณธรรม ไม่ใช่นำมาเป็นข้ออ้างในการเอื้อประโยชน์ส่วนตัวหรือล้างประวัติผู้กระทำผิดครับ
ในมุมมองของผม คดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเร่งทบทวนมาตรการควบคุมและคัดกรองสายลับให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่ทันสมัยควรถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ใช่ช่องว่างให้คนทำผิดใช้เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงโทษทัณฑ์ เราในฐานะประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและติดตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตครับ
