ผบ.ตร. กำชับเจ้าหน้าที่ใช้โมเดลนครบาลกำราบนักเรียน-นักเลง ย้ำมาตรการกฎหมายต้องเข้มข้น วอนผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือปัญหาเด็กนักเรียนยกพวกตีกัน ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นติดๆ กัน 2 ครั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างความหนักใจให้สังคมไม่น้อย จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวสังคมและเทคโนโลยีมานาน จะบอกว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในยุคโซเชียลมีเดียที่เด็กๆ ใช้ TikTok หรือ IG นัดรวมกลุ่มกันง่ายดาย มันยิ่งรุนแรงและแพร่กระจายเร็วมากเลยครับ
ผบ.ตร. กำชับเจ้าหน้าที่ใช้โมเดลนครบาลกำราบนักเรียน-นักเลง ย้ำมาตรการกฎหมายต้องเข้มข้น วอนผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน
อย่างที่ ผบ.ตร. กำชับเจ้าหน้าที่ใช้โมเดลนครบาลกำราบนักเรียน-นักเลง ย้ำมาตรการกฎหมายต้องเข้มข้น วอนผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน ครับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ใช้โมเดลเดียวกับตำรวจนครบาล ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการปัญหานักเรียน-นักเลงในกรุงเทพฯ นั่นเอง เช่น การเข้าไปพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนโดยตรง และดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนที่ก่อเหตุทันที ไม่รอช้า
ผมในฐานะคนที่เคยเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่สมัยเรียน มองว่าการใช้โมเดลนครบาลนี่แหละคือกุญแจสำคัญ เพราะมันผสมผสานทั้งการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นและการทำงานร่วมกับโรงเรียนได้ดี ในอดีต ตำรวจนครบาลเคยลดเหตุการณ์ตีกันลงได้กว่า 50% ด้วยวิธีนี้ ถ้าประเทศไทยนำไปใช้ทั่วประเทศ ก็น่าจะเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ปัญหายังรุนแรง
ปัญหาเยาวชนยุคใหม่: พัฒนาการก่อเหตุสูงขึ้น
ที่น่าสนใจคือ ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มีอายุแค่ 14-15 ปีเท่านั้น หลายฝ่ายเรียกร้องให้แก้กฎหมายเยาวชน แต่ ผบ.ตร. บอกว่าต้องพิจารณารายละเอียด เพราะเด็กสมัยนี้พัฒนาการก่อเหตุสูงมาก ไม่ใช่แค่นักเลงข้างถนน แต่ใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น นัดตีกันผ่านแอปแชท หรือไลฟ์สตรีมโชว์พลังบนโซเชียล ซึ่งเชื่อมโยงกับวงการ entertainment ที่เด็กๆ ชอบเลียนแบบคอนเทนต์วัยรุ่นฮาร์ดคอร์
- ใช้โซเชียลมีเดีย นัดรวมกลุ่มเร็ว
- อาวุธครบมือ แม้เด็กเล็ก
- ขาดการกำกับดูแลจากครอบครัว
จากข้อมูลที่ผมรวบรวม เด็กกลุ่มนี้มักมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ยุ่งกับงาน ไม่มีเวลาดูแล ในยุคเทคโนโลยี ผู้ปกครองควรใช้แอปติดตาม GPS หรือ parental control ในมือถือลูก เพื่อป้องกันตั้งแต่ต้น
บทบาทผู้ปกครอง: สถาบันครอบครัวคือฐานราก
ผบ.ตร. ยังวอนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานใกล้ชิดมากขึ้น เพราะแม้กฎหมายจะเข้ม แต่ถ้าครอบครัวไม่ร่วมมือ ปัญหาก็แก้ไม่ตก ผมแนะนำให้พ่อแม่คุยกับลูกทุกวัน ถามถึงเพื่อนฝูง และติดตามคอนเทนต์ที่ลูกดู เพราะ entertainment บนเน็ตตอนนี้มีทั้งแรงบันดาลใจดีๆ และคอนเทนต์ toxic ที่กระตุ้นให้เด็กอยากเป็น ‘นักเลง’
ในมุมมองของผม ปัญหานี้จะลดลงได้ถ้าสังคมหันมาใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น AI ตรวจจับคอนเทนต์เสี่ยงในโรงเรียน หรือแอปแจ้งเตือนพ่อแม่เมื่อลูกออกนอกพื้นที่ มันไม่ใช่แค่ตำรวจอย่างเดียว แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน
สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าถ้าผู้ปกครองทุกคนเริ่มดูแลลูกตั้งแต่วันนี้ โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราจะเห็นสังคมที่ปลอดภัยขึ้นแน่นอน ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างสิครับ ว่าคุณดูแลลูกยังไงในยุคดิจิทัลนี้? หรือถ้ามีลูกแล้ว เริ่มใช้แอปติดตามซะตั้งแต่เนิ่นๆ นะ!
