ปลดล็อกสิทธิผู้บริโภค นักวิชาการ มธ. เสนอกฎหมายใหม่อุดช่องว่าง ‘ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง’ หวังเท่าทันเทคโนโลยีอนาคต

เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อตัดสินใจควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อรถยนต์คันใหม่หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำมาใช้งาน แต่กลับต้องมานั่งกุมขมับเมื่อพบว่าสินค้าชำรุดตั้งแต่ยังใช้งานไม่ทันไร ครั้นจะหันไปพึ่งพา พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่เรามีอยู่ ก็กลับพบแต่ความคลุมเครือจนกลายเป็นศึกยืดเยื้อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเสียอย่างนั้น

ล่าสุดมีสัญญาณบวกเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ปลดล็อกสิทธิผู้บริโภค นักวิชาการ มธ. เสนอกฎหมายใหม่อุดช่องว่าง ‘ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง’ หวังเท่าทันเทคโนโลยีอนาคต หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Lemon Law เพื่อหวังให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในสายตาของนักวิชาการจากรั้วธรรมศาสตร์ กฎหมายฉบับนี้อาจยังมีจุดที่ต้องปรับจูนเพื่อให้ทันต่อโลกที่หมุนไปไว

ปลดล็อกสิทธิผู้บริโภค นักวิชาการ มธ. เสนอกฎหมายใหม่อุดช่องว่าง ‘ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง’ หวังเท่าทันเทคโนโลยีอนาคต

ผศ. ดร.เอมผกา เตชะอภัย จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้วิเคราะห์ร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมองว่าเป็นก้าวที่ดีในการสร้างมาตรฐานความรับผิดชอบ ร่างกฎหมายนี้มุ่งเน้นไปที่การแบ่งประเภทสินค้าให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกำหนดสิทธิในการซ่อม เปลี่ยนสินค้า หรือเรียกค่าสินไหมทดแทนได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแลผู้ใช้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นประเด็นใหม่ที่สังคมไทยกำลังเผชิญ

ทว่าปัญหาใหญ่ที่นักวิชาการกังวลคือ ในยุคที่ซอฟต์แวร์เข้ามามีบทบาทในทุกอุปกรณ์ ร่างกฎหมายที่ร่างมานับสิบปีนี้อาจยังไม่ครอบคลุม ปลดล็อกสิทธิผู้บริโภค นักวิชาการ มธ. เสนอกฎหมายใหม่อุดช่องว่าง ‘ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง’ หวังเท่าทันเทคโนโลยีอนาคต ได้เต็มที่ หากสินค้าไม่ได้เสียทางกายภาพ แต่ระบบซอฟต์แวร์ล้าสมัยหรือใช้งานไม่ได้ ผู้บริโภคจะได้รับสิทธิชดเชยอย่างไร? นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กฎหมายอาจยังตีความได้ไม่ชัดเจนพอ

ข้อเสนอแนะเพื่อผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

ทางออกที่น่าสนใจคือการหยิบยกเอาร่างกฎหมายจากสภาองค์กรของผู้บริโภคและอนุกรรมาธิการฯ มาพิจารณาควบคู่กัน เนื่องจากมีการปรับถ้อยคำให้เข้าใจง่ายและครอบคลุมเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น รวมถึงแนวคิดจากสหภาพยุโรปในเรื่อง ‘Right to Repair’ หรือการผลิตสินค้าให้ซ่อมง่ายและทนทาน ซึ่งถือเป็นเทรนด์โลกที่ช่วยทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

บทสรุปและข้อเสนอแนะ: การมีกฎหมาย Lemon Law ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ควรเป็นกลไกสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์และตลาดในไทย สำหรับผู้บริโภคเช่นเรา การตื่นตัวเรื่องสิทธิเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ อย่าลืมตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและกล้าที่จะเรียกร้องเมื่อพบความไม่เป็นธรรม เพื่อสร้างสังคมการบริโภคที่มีคุณภาพและยั่งยืนร่วมกัน

ที่มา – ปลดล็อกสิทธิผู้บริโภค นักวิชาการ มธ. เสนอกฎหมายใหม่อุดช่องว่าง ‘ร่าง พ.ร.บ.สินค้าชำรุดบกพร่อง’ หวังเท่าทันเทคโนโลยีอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *