ประเทศที่มี ‘ครม.เศรษฐกิจ’ แต่ไร้เงา ‘ครม.สังคม’ ถอดรหัสเยาวชนกระทำผิดซ้ำ กับข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูทุนชีวิตเด็กไทย
เชื่อไหมครับว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเด็กและเยาวชนไทยกว่า 50,000 ชีวิตที่ต้องก้าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นว่าโครงสร้างสังคมของเรากำลังมีปัญหา หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมเด็กบางคนแม้จะผ่านการฟื้นฟูแล้ว แต่ยังวนกลับมาทำผิดซ้ำเหมือนเดิม วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันในประเด็น ประเทศที่มี ‘ครม.เศรษฐกิจ’ แต่ไร้เงา ‘ครม.สังคม’ ถอดรหัสเยาวชนกระทำผิดซ้ำ กับข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูทุนชีวิตเด็กไทย เพื่อหาคำตอบว่าทำไมการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจึงไม่เคยพอ
ประเทศที่มี ‘ครม.เศรษฐกิจ’ แต่ไร้เงา ‘ครม.สังคม’ ถอดรหัสเยาวชนกระทำผิดซ้ำ กับข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูทุนชีวิตเด็กไทย
ปัญหาสำคัญคือเรามักโฟกัสไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ละเลย ‘ต้นทุนชีวิต’ ของเยาวชน ซึ่งประกอบด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เมื่อเด็กเติบโตมาในพื้นที่ที่ไม่มีความปลอดภัยหรือขาดความอบอุ่น บาดแผลทางใจเหล่านั้นจะกลายเป็นแรงผลักให้เขาถลำลึกเข้าสู่วงจรความรุนแรง หรือคดียาเสพติดอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ ‘ทุนชีวิต’ มากกว่าการลงโทษ
ปัจจุบันเรามีเครื่องมือประเมินความเสี่ยงเด็กมากมาย แต่ปัญหาคือเราไม่นำมาใช้ให้เป็นระบบจริงจัง การเพิ่มบทลงโทษให้หนักขึ้นอาจไม่ใช่ทางออกสุดท้าย เพราะหากเด็กที่ได้รับการฟื้นฟูต้องกลับไปอยู่ใน ‘สภาพแวดล้อมเดิม’ ที่ไร้ทางออก เขาก็จะกลับไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง การที่ประเทศไทยเป็น ประเทศที่มี ‘ครม.เศรษฐกิจ’ แต่ไร้เงา ‘ครม.สังคม’ ถอดรหัสเยาวชนกระทำผิดซ้ำ กับข้อเสนอเพื่อฟื้นฟูทุนชีวิตเด็กไทย ทำให้การบูรณาการนโยบายข้ามกระทรวงเป็นเรื่องยากและไม่ถึงระดับปฏิบัติการจริง
- บ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย: พ่อแม่ต้องได้รับคำแนะนำและการสนับสนุน ไม่ใช่แค่ตัวเด็กที่ต้องถูกอบรม
- การเข้าถึงอาวุธต้องเป็นศูนย์: มาตรการคุมเข้มอาวุธปืนต้องทำแบบไม่มีข้อยกเว้น เพื่อลดโศกนาฏกรรมฉับพลัน
- ฟื้นฟูพื้นที่เสี่ยง: โรงเรียนและชุมชนต้องมีเครือข่ายเฝ้าระวัง ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่
ในมุมมองของผม แนวโน้มสังคมยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งทำให้เด็กขาดการเชื่อมต่อกับความสัมพันธ์ที่แท้จริง เราควรปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้พิพากษาเป็นผู้สนับสนุน การสร้าง ‘ทุนชีวิต’ ไม่ใช่การให้เงิน แต่คือการสร้างพื้นที่ที่พวกเขารู้สึกว่า ‘มีที่ยืน’ หากรัฐบาลยอมจัดตั้ง ครม.สังคม เพื่อดึงผู้บริหารระดับสูงมาล้อมวงแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าเราจะลดวงจรการกระทำผิดซ้ำได้อย่างยั่งยืนครับ ไม่ใช่แค่การซ่อมเด็ก แต่คือการซ่อมระบบนิเวศของสังคมไทยทั้งหมดให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
