ประมูลขุดน้ำมันในอาร์กติกของทรัมป์ ล้มเหลวได้เพียง 3.7 ล้านดอลล์
หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศเดินหน้าแผนการเปิดให้นักลงทุนเข้ามาสัมปทานพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติอาร์กติก (ANWR) ในอลาสก้า เพื่อทำการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปี 2025 โดยอ้างว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับสหรัฐฯ แต่เมื่อถึงเวลาจริง ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าขบขัน
ประมูลขุดน้ำมันในอาร์กติกของทรัมป์ ล้มเหลวได้เพียง 3.7 ล้านดอลล์
การประมูลสิทธิ์การขุดเจาะที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ระดมทุนไปเพียง 3.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความคาดหวังของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานหรือ Big Oil ต่างพากันเมินเฉยต่อการประมูลครั้งนี้ จนเหลือเพียงบริษัทท้องถิ่นขนาดเล็กในอลาสก้าเพียงสองรายที่เข้ามาเสนอราคา ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแผน ประมูลขุดน้ำมันในอาร์กติกของทรัมป์ ล้มเหลวได้เพียง 3.7 ล้านดอลล์ ครั้งนี้คุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่
เสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายต่อการประมูลขุดน้ำมันในอาร์กติกของทรัมป์ ล้มเหลวได้เพียง 3.7 ล้านดอลล์
พื้นที่ ANWR ซึ่งมีขนาดใหญ่พอๆ กับรัฐเซาท์แคโรไลนา ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่บริสุทธิ์ที่สุดแห่งสุดท้ายของโลก เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างหมีขั้วโลกและวาฬหัวคันศร รวมถึงเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง Gwich’in และ Iñupiat ซึ่งต่างออกมาคัดค้านเพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจแก้ไขได้
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง Earthjustice กำลังดำเนินการฟ้องร้องโดยระบุว่าโครงการนี้ละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติ
- พื้นที่รวมกว่า 688,829 เอเคอร์ถูกนำออกประมูล
- มีการยื่นเสนอราคาเพียง 5 แปลงเท่านั้น จากทั้งหมด 58 แปลง
- ชัยชนะเป็นของบริษัทท้องถิ่น HEX Energy LLC และหน่วยงานรัฐอลาสก้า
แม้เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลทรัมป์จะมองว่านี่คือความสำเร็จ แต่ในแง่มุมเชิงพาณิชย์และผลกระทบที่เกิดขึ้น ความล้มเหลวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มมองเห็นถึงความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่สูงเกินไปในการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยข้อพิพาทเช่นนี้
บทเรียนในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ต่อให้นโยบายจะผลักดันอย่างหนักเพียงใด แต่หากขาดการสนับสนุนจากภาคเอกชนและเผชิญกับแรงต้านทางกฎหมายอย่างรุนแรง สิ่งที่เรียกว่าโครงการยักษ์ใหญ่ก็อาจจบลงด้วยความว่างเปล่า สุดท้ายแล้วพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดบนโลกควรได้รับการคุ้มครองมากกว่าการถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเพียงระยะสั้น
ที่มา – After All That Hype, Trump’s Arctic Oil Lease Sale Raised a Laughable $3.7M
