ประธานาธิบดีไต้หวันยกเลิกทริปเยือนอเมริกาใต้ หลังทรัมป์สั่งระงับการแวะพักนิวยอร์ก

ข่าวการเมืองระหว่างประเทศที่ทำให้หลายคนจับตา เมื่อ ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ของไต้หวันประกาศยกเลิกแผนการเยือนหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้ หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งระงับไม่ให้เขาเดินทางเข้าสหรัฐฯ และห้ามแวะพักที่นครนิวยอร์ก โดยเหตุผลหลักมาจากรัฐบาลจีนที่คัดค้านเสียงดังต่อแผนการเยือนของผู้นำไต้หวัน

ประธานาธิบดีไต้หวันยกเลิกทริปเยือนอเมริกาใต้ หลังทรัมป์สั่งระงับการแวะพักนิวยอร์ก

ตามรายงานจาก Financial Times และสื่อนานาชาติหลายสำนัก ประธานาธิบดีไล่มีแผนจะแวะพักที่นิวยอร์ก ก่อนหน้าการเดินทางไปปารากวัย กัวเตมาลา และเบลีซ — ประเทศที่ยังคงให้การรับรองความเป็นเอกราชของไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งอย่างเป็นทางการถึงการไม่อนุญาตให้ผู้นำไต้หวันเดินทางเข้าสู่ดินแดนสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการปิดประตูทางการทูตในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตึงเครียด

ข้ออ้างเพื่อยกเลิก หรือแรงกดดันทางการเมือง?

คาเรน กัว โฆษกหญิงทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ออกมาชี้แจงว่า แผนการเดินทางไปต่างประเทศยังไม่ถูกกำหนดไว้ในขณะนี้ เนื่องจากประธานาธิบดีกำลังมุ่งความสนใจไปที่ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และการฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้ของไต้หวันที่ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น

อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าคำอธิบายนี้อาจเป็นการสะท้อนถึง แรงกดดันทางการเมือง มากกว่าเรื่องเหตุผลปฏิบัติ โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ เพิ่งประชุมเจรจาการค้าที่กรุงสตอกโฮล์ม และตกลงขยายเวลาการระงับภาษีตอบโต้ไปอีก 90 วัน

หากไต้หวันเดินหน้าเยือนสหรัฐฯ ขณะนี้ อาจถูกจีนใช้เป็นข้ออ้างในการแข็งกร้าวทางการทูต ซึ่งอาจทำลายความพยายามประนีประนอมทางการค้าที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะบรรลุข้อตกลงกันไป

ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ไต้หวันในยุคทรัมป์

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเผชิญอุปสรรคในการเยือนสหรัฐฯ แม้จะเคยแวะพักที่ดินแดนสหรัฐฯ เช่น ฮาวายและเกาะกวม ระหว่างทริปในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่เขาก็ยังไม่เคยเดินทางเยือนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึง สมดุลยุทธศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน ของสหรัฐฯ ที่ต้องการสนับสนุนพันธมิตรอย่างไต้หวัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงการปะทุความขัดแย้งกับจีนในประเด็นที่อ่อนไหวที่สุด

ดังนั้น การที่ ประธานาธิบดีไต้หวันยกเลิกทริปเยือนอเมริกาใต้ หลังทรัมป์สั่งระงับการแวะพักนิวยอร์ก จึงอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจากความไม่แน่นอนทางการทูตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ในอนาคต เราอาจเห็นไต้หวันต้องพึ่งพาช่องทางกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมากกว่าการทูตระดับรัฐ ซึ่งยังคงถูกจำกัดด้วยกรอบนโยบาย ‘จีนเดียว’

หากคุณติดตามการเมืองโลกและผลกระทบต่อเทคโนโลยี/เศรษฐกิจ นี่เป็นสัญญาณเตือนว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนวิถีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ — และทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในปีข้างหน้า

ที่มา – ประธานาธิบดีไต้หวันยกเลิกทริปเยือนอเมริกาใต้ หลังทรัมป์สั่งระงับการแวะพักนิวยอร์ก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *