บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน
วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ร้อนแรงในโลกไซเบอร์กันครับ บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านชื่อ Handala อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีบริษัท Stryker ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เหตุผล? เพื่อแก้แค้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่ถล่มโรงเรียนประถมในเมืองมินาบของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ น่าเศร้าจริงๆ
บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน
การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ระบบของ Stryker ล่มทั่วโลกตั้งแต่เช้าตรู่ ตามรายงานของ Wall Street Journal แม้บริษัทจะยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ผลกระทบยังไม่ชัดเจนนัก กลุ่ม Handala ประกาศในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า “เราประกาศให้โลกรู้ว่า เพื่อตอบโต้การโจมตีโหดร้ายต่อโรงเรียนมินาบ และต่อต้านการโจมตีไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานของแกนนำต่อต้าน พวกเราดำเนินการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่สำเร็จลุล่วงแล้ว”
พวกเขายังเรียก Stryker ว่าเป็น “บริษัทที่มีรากฐานจากไซอ้อนนิสต์” และเป็น “ห่วงโซ่หลักในเครือข่าย ‘New Epstein'” อ้างว่าลบข้อมูลสำคัญไป 50 เทรabyte ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังขู่ว่า “เป็นคำเตือนชัดเจนถึงผู้นำไซอ้อนนิสต์และล็อบบี้ที่ซ่อนตัวหลังกำแพงคอนกรีต ยุคของเครือข่าย Epstein และปีศาจสมัยใหม่สิ้นสุดลงแล้ว” คำว่า Epstein น่าจะอ้างถึง Jeffrey Epstein นักโทษทางเพศที่เสียชีวิตในคุกปี 2019 และสนิทกับทรัมป์
รายละเอียดบริษัท Stryker และผลกระทบ
Stryker มีพนักงานกว่า 53,000 คนทั่วโลก รายได้ปี 2024 สูงถึง 22.6 พันล้านดอลลาร์ ตาม Bleeping Computer ระบุว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูก ลบข้อมูลจากระยะไกล บริษัทยื่นเอกสาร Form 8-K ต่อ SEC ยืนยันถูกโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่มีสัญญาณรานซัมแวร์หรือมัลแวร์ และเชื่อว่าปัญหาถูกควบคุมแล้ว ทว่าการสอบสวนยังดำเนินอยู่ ผลกระทบจริงๆ ยังไม่แน่นอน
นี่เป็นพัฒนาการสำคัญในสงครามไซเบอร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งสมัยใหม่ อิสราเอลและสหรัฐฯ เริ่มโจมตีอิหร่านตั้งแต่ 28 ก.พ. โดยสังหารผู้นำระดับสูงรวมถึงผู้นำสูงสุด แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีไซเบอร์แอทแทคจากอิหร่านที่ชัดเจน
- อิหร่านตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธ รวมถึงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ทำให้เส้นทางนี้แทบหยุดชะงัก
- สื่ออิหร่านอย่าง Tasnim News ระบุว่าบริษัทเทคสหรัฐฯ เช่น Microsoft, Google, Palantir, IBM, Nvidia, Oracle จะถูกโจมตีในตะวันออกกลาง
- Handala ยังอ้างโจมตี Verifone บริษัทชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในนิวยอร์ก แม้ภาพที่โพสต์จะยังไม่ยืนยันได้
สำหรับการยิงโรงเรียน Shajarah Tayyebeh ในมินาบ New York Times รายงานว่าอาจเกิดจากข้อมูลเป้าหมายล้าสมัย โรงเรียนเคยเป็นส่วนของฐานทัพทหารแต่ไม่ได้ใช้มานานกว่า 10 ปี มีการคาดเดาว่า AI ผิดพลาด แต่สื่อชี้ว่าเป็น “ความผิดพลาดของมนุษย์” มากกว่า นับตั้งแต่เริ่มสงคราม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,800 คนในอิหร่านและเลบานอน
เหตุการณ์ บริษัทสหรัฐฯ ล่มจากไซเบอร์แอทแทคแก้แค้นยิงโรงเรียนอิหร่าน นี้สะท้อนให้เห็นว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ได้จำกัดแค่สนามรบ แต่ขยายไปถึงโลกดิจิทัลด้วย ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยี ผมคิดว่าบริษัทใหญ่ๆ ควรเร่งเสริมระบบรักษาความปลอดภัยให้แน่นหนากว่านี้ คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวไซเบอร์ล่าสุดนะครับ!
ที่มา – U.S. Company Taken Offline by Cyberattack as Revenge for Missile Strike on Iranian School
