บช.ก. แจงปมปล่อยตัว ดร.วิน-จ่าพิชิต คดีทุจริตสอบท้องถิ่น

คดีทุจริตและเรียกรับเงินในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ วิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต และ ศตพร ธนพชรโภคิน

ประเด็นที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามคือ เหตุใดผู้ต้องหาจึงได้รับการปล่อยตัว ทั้งที่คดีอยู่ระหว่างการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก. ได้ชี้แจงว่า การปล่อยตัวครั้งนี้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดลง หรือผู้ต้องหาพ้นจากการถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด

บช.ก. แจงปมปล่อยตัว ดร.วิน-จ่าพิชิต ตามกรอบกฎหมาย

รายงานระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกฝากขังครบ 7 ผลัด รวมระยะเวลา 84 วัน ซึ่งเป็นกรอบเวลาสูงสุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เมื่อครบกำหนดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงหมดอำนาจในการควบคุมตัว เว้นแต่จะพบว่าผู้ต้องหากระทำความผิดใหม่ หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายรองรับ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องปล่อยตัว เกี่ยวข้องกับการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยังสรุปสำนวนและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดไม่ทันภายในกรอบเวลา 84 วัน เรื่องนี้จึงเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่การตัดสินว่าผู้ต้องหาไม่มีความผิด

สำหรับคำชี้แจงของ บช.ก. ระบุว่า ฝ่ายพนักงานสอบสวนของตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 30 วันแล้ว จากนั้นจึงส่งสำนวนทั้งหมดให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับผู้ต้องหารายอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีเดียวกัน

การปล่อยตัวไม่ใช่การยุติคดี

สิ่งที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ การปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขังไม่ได้เท่ากับการยกฟ้อง และไม่ได้เป็นการรับรองว่าผู้ต้องหาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา คดีสามารถเดินหน้าต่อได้ผ่านกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน การพิจารณาสำนวน และการดำเนินคดีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากภายหลังผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ป.ป.ช. สามารถประสานงานกับตำรวจเพื่อขอให้ติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดีได้ตามขั้นตอน ประเด็นนี้สะท้อนหลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย นั่นคือ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องทำงานภายใต้กรอบอำนาจและระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

ในอีกด้านหนึ่ง การทำงานของตำรวจไม่ได้หยุดลงหลังผู้ต้องหากลุ่มแรกได้รับการปล่อยตัว เพราะเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ยังคงเดินหน้าขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่าย

ขยายผลจับกุมนายก อบต. ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับเครือข่าย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจได้นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเข้าจับกุม ภาณี หรือ ปลัดอร นะราศี อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ภายในห้องทำงาน โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเรียกรับเงินอีกสายหนึ่ง

แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นพบข้อมูลผู้เสียหายถูกชักชวนให้จ่ายเงินจำนวน 350,000 บาท เพื่อแลกกับการได้บรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานที่เชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการรวบรวมและส่งต่อไปยังผู้ถูกกล่าวหารายนี้

จากการขยายผลยังพบลักษณะการแบ่งหน้าที่ภายในขบวนการอย่างเป็นระบบ โดยกลุ่มของ ดร.วิน และ จ่าพิชิต ถูกกล่าวหาว่ารับผิดชอบงานด้านปฏิบัติการ เช่น การรับแฟลชไดรฟ์รายชื่อ เพื่อนำไปปรับแก้ไขคะแนนหรือคำตอบให้ผู้สมัครมีโอกาสผ่านเกณฑ์ ขณะที่อีกกลุ่มทำหน้าที่เป็นนายหน้า ติดต่อผู้เข้าสอบ และเรียกรับเงินโดยตรง

  • กลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ติดต่อและชักชวนผู้เข้าสอบ
  • กลุ่มหนึ่งทำหน้าที่รวบรวมและส่งต่อเงิน
  • กลุ่มหนึ่งถูกกล่าวหาว่าดูแลข้อมูลหรือการแก้ไขผลสอบ
  • ผู้บริหารท้องถิ่นบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและดำเนินคดี ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังคงได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีและถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล การนำเสนอข่าวจึงควรยึดข้อมูลจากเอกสารทางราชการและคำชี้แจงของหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นหลัก

ขั้นตอนต่อไปของคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเพิ่มเติม พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเร่งสรุปสำนวนภายในกรอบเวลา 30 วัน ก่อนส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณารวมกับข้อมูลเดิม เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป การทำงานในขั้นนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน พยานบุคคล เอกสารการสอบ และข้อมูลดิจิทัลให้เชื่อมโยงกันอย่างรอบด้าน

โดยสรุป ข่าว บช.ก. แจงปมปล่อยตัว ดร.วิน-จ่าพิชิต ช่วยให้เห็นภาพว่า การปล่อยตัวเกิดจากข้อจำกัดด้านกรอบเวลาฝากขัง ไม่ใช่การยุติการสอบสวน ขณะเดียวกันการจับกุมนายก อบต. เพิ่มเติมก็สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าตรวจสอบเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

มุมมองที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ การตรวจสอบเส้นทางเงินและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละรายจะนำไปสู่ผู้ต้องหาเพิ่มเติมหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และหลีกเลี่ยงการโอนเงินให้ผู้ที่อ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านหรือช่วยให้ได้รับการบรรจุราชการ เพราะการจ่ายเงินลักษณะนี้อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อและมีความเสี่ยงทางกฎหมายได้ หากพบเบาะแสควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยกันหยุดวงจรทุจริตในการสอบท้องถิ่น

ที่มา – บช.ก. แจงปมปล่อยตัว ดร.วิน-จ่าพิชิต คดีทุจริตสอบท้องถิ่น เหตุ ป.ป.ช. ทำสำนวนไม่ทันกรอบ 84 วัน ยันตำรวจทำงานครบถ้วน พร้อมขยายผลรวบนายก อบต.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *