น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านปักหลักสู้ภัย ยกที่นอนขึ้นสูง-ใช้เรือสัญจร สะท้อนนี่ไม่ใช่ความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอด

น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านปักหลักสู้ภัย ยกที่นอนขึ้นสูง-ใช้เรือสัญจร สะท้อนนี่ไม่ใช่ความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอด คือภาพสะท้อนชีวิตของผู้คนในหมู่ 11 บ้านสามพอก ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง มวลน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร ส่งผลกระทบต่อกว่า 115 หลังคาเรือน หรือประชาชนราว 311 คน

เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านจำนวนมากยังเลือกปักหลักอยู่ในบ้านของตัวเอง ไม่ใช่เพราะไม่กลัวอันตราย แต่เพราะมีทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง และภาระที่ต้องดูแล การใช้ชีวิตจึงต้องเปลี่ยนไปแทบทุกด้าน ตั้งแต่การนอน การทำอาหาร การเดินทาง ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุและสมาชิกในครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านปักหลักสู้ภัย ยกที่นอนขึ้นสูง-ใช้เรือสัญจร สะท้อนนี่ไม่ใช่ความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอด

ภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนแสดงให้เห็นการปรับตัวอย่างเร่งด่วน หลายครอบครัวยกที่นอน เตียง พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของจำเป็นขึ้นไว้บนชั้นลอยหรือพื้นที่สูง บางบ้านต่อเติมแคร่ไม้เพื่อสร้างพื้นที่พักอาศัยชั่วคราว ขณะที่บริเวณชั้นล่างของบ้านถูกน้ำท่วมจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ใช้งานตามปกติ

บางครอบครัวต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำที่สูงถึงระดับเอวภายในบ้าน เส้นทางเข้าออกซึ่งเคยใช้ประตูหน้าบ้านถูกแทนที่ด้วยทางเชื่อมไปยังพื้นที่ยกสูงหรือชั้นลอย การเดินทางไปยังบ้านใกล้เคียงและการนำอาหารหรือสิ่งของเข้าบ้านจำเป็นต้องใช้เรือ โดยเรือท้องแบนของเจ้าหน้าที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสำรวจและช่วยเหลือประชาชน

จากบ้านที่อยู่อาศัยกลายเป็นพื้นที่รับมือภัยพิบัติ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ชาวบ้านไม่ได้เพียงย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเท่านั้น แต่ยังจัดสรรพื้นที่ภายในบ้านใหม่ทั้งหมด พื้นที่นอนถูกจัดให้อยู่บนแคร่หรือชั้นลอย เครื่องใช้จำเป็นถูกวางไว้ในจุดที่หยิบใช้งานได้ง่าย ส่วนยานพาหนะอย่างรถจักรยานยนต์ถูกนำไปจอดบนพื้นที่สูง หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ก็ต้องจอดแช่น้ำอยู่บริเวณหน้าบ้าน

การปรับตัวเหล่านี้สะท้อนว่า น้ำท่วมไม่ได้ส่งผลต่อการเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่กระทบต่อโครงสร้างการใช้ชีวิตทั้งครอบครัว ตั้งแต่เวลาตื่นนอน การประกอบอาหาร การสื่อสาร ไปจนถึงการพักผ่อน หลายบ้านต้องวางแผนการใช้พื้นที่อย่างรอบคอบ เพื่อให้สมาชิกยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยที่สุด

ชาวบ้านรายหนึ่งสะท้อนว่า การยกสิ่งของและจัดบ้านให้อยู่กับน้ำไม่ใช่เรื่องของความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอดสำหรับคนที่ยังจำเป็นต้องอยู่บ้าน คำพูดนี้ทำให้เห็นว่าเบื้องหลังภาพการพายเรือหรือการนั่งพักบนแคร่ไม้ คือความพยายามของผู้คนในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

เรือ ถนน และกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป

เมื่อถนนหลายสายกลายเป็นทางน้ำ การเดินทางในชุมชนจึงต้องพึ่งพาเรือมากขึ้น บางบ้านต้องใช้เรือเข้าเทียบบริเวณหน้าบ้านโดยตรง ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนยังออกมานั่งพักและพายเรือในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ออกมาทำกิจวัตรต่างๆ เป็นคู่

การออกมานอกบ้านไม่ได้มีเพียงเหตุผลเรื่องการเดินทางเท่านั้น ภายในบ้านบางหลังมีอากาศร้อนและพื้นที่ใช้สอยจำกัด การพายเรือหรือนั่งอยู่ด้านนอกจึงช่วยคลายความอึดอัดและทำให้ผู้คนยังมีพื้นที่ทำกิจกรรมระหว่างรอให้สถานการณ์คลี่คลาย นอกจากนี้ยังพบชาวบ้านหาปลาและยิงปลาตามแนวสะพาน เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้ปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ชุมชนมากกว่าเดิม

ไม่ทิ้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ

อีกประเด็นที่เห็นได้ชัดในเหตุการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรี คือความพยายามดูแลสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ ชาวบ้านสร้างชั้นลอย แคร่ไม้ และตะแกรงยกสูงเพื่อย้ายไก่และแพะขึ้นไปอยู่เหนือระดับน้ำ ส่วนฝูงเป็ดต้องว่ายน้ำหากินอยู่รอบพื้นที่เลี้ยงที่ถูกน้ำท่วม

สำหรับหลายครอบครัว สัตว์เหล่านี้เป็นทั้งแหล่งอาหารและรายได้ การช่วยเหลือสัตว์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคงของครัวเรือน ไม่ต่างจากการยกเครื่องใช้หรืออาหารขึ้นที่สูง ภาพดังกล่าวย้ำว่า การรับมือภัยพิบัติของชุมชนไม่ได้หมายถึงการรักษาชีวิตคนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการดูแลสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในระยะยาว

เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครัวเรือนจะสามารถปักหลักอยู่ในบ้านได้ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษบางส่วนย้ายไปพักกับญาติแล้ว ขณะที่บางครอบครัวยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อดูแลบ้าน ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยงของตนเอง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงนำเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสำรวจความเสียหาย นำสิ่งของจำเป็นไปส่ง และติดตามสถานการณ์ของประชาชนที่ยังอยู่ในชุมชน การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางควรเป็นภารกิจสำคัญ เพราะระดับน้ำและสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

  • ติดตามประกาศระดับน้ำและคำแนะนำจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
  • ย้ายเอกสารสำคัญ ยา อาหาร และอุปกรณ์สื่อสารขึ้นไว้ในที่สูง
  • ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และหลีกเลี่ยงการสัมผัสปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำ
  • เตรียมเส้นทางสำหรับอพยพผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยง
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีหากมีผู้ป่วยหรือสมาชิกในบ้านไม่สามารถเดินทางออกมาได้ด้วยตัวเอง

น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านปักหลักสู้ภัย ยกที่นอนขึ้นสูง-ใช้เรือสัญจร สะท้อนนี่ไม่ใช่ความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอด เป็นเรื่องราวที่ชวนให้มองภัยพิบัติในมุมของคนตัวเล็กๆ ซึ่งต้องตัดสินใจและลงมือทำด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ การช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและชุมชนจึงควรเดินหน้าควบคู่กับการวางแผนระยะยาว ทั้งระบบระบายน้ำ การแจ้งเตือนภัย และพื้นที่พักพิงที่รองรับคนกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างเหมาะสม

ในวันที่สภาพอากาศมีความแปรปรวนมากขึ้น การเตรียมพร้อมไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ทุกครัวเรือนควรมีแผนอพยพและชุดของจำเป็นสำหรับเหตุฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน สังคมควรรับฟังเสียงของชุมชนที่อยู่กับน้ำจริง เพื่อพัฒนาวิธีรับมือที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ที่มา – น้ำท่วมปราจีนบุรี ชาวบ้านปักหลักสู้ภัย ยกที่นอนขึ้นสูง-ใช้เรือสัญจร สะท้อนนี่ไม่ใช่ความเคยชิน แต่คือการเอาตัวรอด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *