นักออกแบบอธิบายเสื้อผ้างามใน Dune: Part 3
สำหรับคนรักแฟชั่น ภาพยนตร์ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราว ฉาก หรือการแสดงเท่านั้น แต่เสื้อผ้าของตัวละครก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างโลกและบอกตัวตนของผู้คนในเรื่องได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์อย่าง Dune: Part Three ที่ทุกชุดผ่านการออกแบบอย่างละเอียด ตั้งแต่รูปทรง วัสดุ สีสัน ไปจนถึงวิธีที่ชุดเคลื่อนไหวไปพร้อมกับนักแสดง
Jacqueline West นักออกแบบเครื่องแต่งกายผู้กลับมารับหน้าที่ในภาคล่าสุด เปิดเผยว่า นักออกแบบอธิบายเสื้อผ้างามใน Dune: Part 3 ด้วยแนวคิดที่แตกต่างจากสองภาคก่อน เพราะเรื่องราวมีการข้ามเวลาไปประมาณ 20 ปี ตัวละครหลายคนเติบโตขึ้น มีบาดแผลจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา และต้องเผชิญกับโลกที่มืดมนกว่าเดิม เสื้อผ้าจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังสะท้อนพัฒนาการทางอารมณ์และอำนาจของแต่ละตัวละครด้วย
นักออกแบบอธิบายเสื้อผ้างามใน Dune: Part 3
กระบวนการทำงานของ West เริ่มจากการอ่านบทภาพยนตร์อย่างละเอียด จากนั้นเธอจะพูดคุยกับ Denis Villeneuve ผู้กำกับและผู้เขียนบทร่วม เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวละครแต่ละคนกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไร เมื่อได้ภาพรวมแล้ว West และทีมศิลปินคอนเซ็ปต์จึงเริ่มค้นคว้าภาพอ้างอิง ร่างภาพ และพัฒนาแนวทางการแต่งกาย ก่อนนำเสนอให้ผู้กำกับพิจารณา
ตั้งแต่ภาคแรก Villeneuve เคยใช้คำว่า “modieval” ซึ่งเป็นการผสมคำว่า modern และ medieval เพื่ออธิบายโลกของ Dune คำนี้สะท้อนการนำความรู้สึกแบบอนาคตมาผสมกับกลิ่นอายจากยุคโบราณ แนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับวิธีที่ Frank Herbert ผู้สร้างจักรวาล Dune จินตนาการถึงอนาคตอันไกลโพ้น โดยมองย้อนกลับไปยังอารยธรรมในอดีต
อย่างไรก็ตาม ในภาคที่สาม West ปรับส่วนผสมดังกล่าวให้มีความเป็นยุคเรอเนซองส์มากขึ้น แทนที่จะเน้นความเป็นยุคกลางเพียงอย่างเดียว เพราะเนื้อเรื่องมีความมืดมนและซับซ้อนกว่าเดิม แต่ก็ยังมีประเด็นเรื่องการไถ่บาปและความหวัง เสื้อผ้าจึงมีทั้งความเคร่งขรึม ความหรูหรา และรายละเอียดที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงภายในของตัวละคร
นักออกแบบอธิบายเสื้อผ้างามใน Dune: Part 3 ผ่านแรงบันดาลใจหลากหลาย
West รวบรวมแรงบันดาลใจจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย เพื่อทำให้เครื่องแต่งกายใน Dune: Part Three มีเอกลักษณ์และเข้ากับโลกของเรื่อง แหล่งอ้างอิงสำคัญ ได้แก่ ผลงานของศิลปิน Francisco Goya เสื้อผ้าชนเผ่าของชาว Etruscan และชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือ รวมถึงภาษาการออกแบบเสื้อผ้าเชิงประติมากรรมของ Cristóbal Balenciaga
- Francisco Goya: ช่วยเติมบรรยากาศหม่นและความรู้สึกกดดันให้กับชุดของตัวละคร
- วัฒนธรรมโบราณ: สะท้อนความเชื่อ พิธีกรรม และโครงสร้างอำนาจของสังคมในเรื่อง
- งานออกแบบของ Balenciaga: นำเสนอรูปทรงที่โดดเด่น แข็งแรง และมีลักษณะคล้ายประติมากรรม
- ภาพลักษณ์ทางศาสนา: เพิ่มความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ ลึกลับ และเชื่อมโยงกับอำนาจของกลุ่ม Bene Gesserit
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ West เลือกใช้แนวคิดร่วมสมัยมากขึ้นเมื่อออกแบบเสื้อผ้าของ Paul Atreides เธอได้รับแรงบันดาลใจจาก Howard Hughes บุคคลผู้มีชื่อเสียงเรื่องการใช้ชีวิตอย่างสันโดษ เสื้อคลุมของ Paul จึงใช้ผ้าที่มีน้ำหนักมากและหนังคุณภาพสูง ทำให้เขาดูมีอำนาจ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่แบกรับภาระมหาศาล
รายละเอียดของชุด Paul ยังช่วยแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่เพียงผู้นำที่อยู่เหนือผู้คน แต่เป็นมนุษย์ที่ถูกผลักให้ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เสื้อผ้าที่หนาและหนักอาจมองได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่ง ความรับผิดชอบ และแรงกดดันจากคำพยากรณ์ที่ติดตามเขาไปทุกที่
สำหรับ Chani รูปลักษณ์กลับมีความกระชับและคล่องตัวมากกว่าเดิม เธอสวมชุด stillsuit ที่มีเส้นสายเพรียวบางและได้รับแรงบันดาลใจจากชุดของนักดำน้ำ วัสดุหลักเป็นผ้า Lycra ที่เคลือบพื้นผิวคล้ายยาง จึงสามารถยืดไปตามการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ ชุดนี้ทำให้ Chani ดูพร้อมสำหรับการเดินทางและการต่อสู้ในทะเลทราย ขณะเดียวกันก็ยังคงความสง่างามเอาไว้
การออกแบบ stillsuit ไม่ได้เป็นเรื่องของความสวยเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ การเคลื่อนไหวของนักแสดง และความน่าเชื่อถือของโลกในภาพยนตร์ด้วย ทุกชิ้นส่วนต้องดูเหมือนสามารถใช้งานได้จริง แม้จะอยู่ในจักรวาลอนาคตที่แตกต่างจากโลกของเรา
รายละเอียดชุดของตัวละครใหม่
ตัวละครใหม่อย่าง Alia ซึ่งรับบทโดย Anya Taylor-Joy ก็มีการออกแบบที่โดดเด่น West ต้องการให้ Alia มีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับ Bene Gesserit จึงเลือกใช้เสื้อผ้าสีขาวเป็นหลัก สีขาวทำให้เธอดูบริสุทธิ์ ลึกลับ และห่างไกลจากผู้คน แต่ภาพลักษณ์ดังกล่าวก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเมื่อเรื่องราวเดินหน้าสู่ด้านที่เข้มข้นขึ้น
แนวคิดของ Alia ยังได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ Carrie หลังจาก West พูดคุยทางโทรศัพท์กับ Jack Fisk และ Sissy Spacek ผู้รับบท Carrie White ในภาพยนตร์ต้นฉบับ การสนทนานั้นนำไปสู่ภาพคอนเซ็ปต์ของ Alia ที่มีเลือดเปรอะเปื้อนบนร่างกาย West เล่าว่าเธอค่อย ๆ เพิ่มปริมาณเลือดในภาพวาดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาพที่ผู้ชมเห็นในตัวอย่างภาพยนตร์
ส่วน Scytale สวมเสื้อคลุมทับ stillsuit เพื่อให้ดูน่ากังวลและมีความคุกคามมากขึ้น การใช้ชั้นของเสื้อผ้าช่วยปิดบังรูปร่างและทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่แน่ใจว่าเขากำลังซ่อนอะไรอยู่ ขณะที่เสื้อผ้าของ Hoyt ถูกออกแบบให้หรูหราและดูราวกับว่าเขาถูกนำเสนอเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งสำหรับ Paul ภาพลักษณ์นี้ช่วยสื่อถึงสถานะ ความสัมพันธ์ทางการเมือง และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง
นอกจากตัวละครหลักแล้ว ทีมงานยังต้องออกแบบชุดให้รับมือกับสภาพอากาศในกองถ่าย รวมถึงชุดของ House ที่มีรูปลักษณ์คล้ายซามูไร ซึ่งปรากฏให้เห็นในตัวอย่าง ภาพรวมเหล่านี้ทำให้ Dune: Part Three มีภาษาภาพที่กว้างขึ้น และแสดงให้เห็นว่าการออกแบบเสื้อผ้าสามารถทำหน้าที่เล่าเรื่องได้ไม่แพ้บทสนทนา
เมื่อพิจารณาโดยรวม นักออกแบบอธิบายเสื้อผ้างามใน Dune: Part 3 ได้อย่างน่าสนใจ เพราะเครื่องแต่งกายแต่ละชุดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความอลังการเพียงอย่างเดียว แต่ยังบอกถึงอดีต บุคลิก ความเชื่อ และชะตากรรมของผู้สวมใส่ได้ในเวลาเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่งานคอสตูมของภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจับตามองไม่แพ้ฉากสงครามหรือเทคนิคพิเศษ
หากคุณชื่นชอบแฟชั่นในภาพยนตร์ ไซไฟ หรือการสร้างโลกที่มีรายละเอียดสูง Dune: Part Three น่าจะเป็นผลงานที่ควรติดตามในโรงภาพยนตร์ เตรียมสังเกตเสื้อผ้า สี วัสดุ และรูปทรงของแต่ละตัวละครให้ดี เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจกำลังเล่าเรื่องสำคัญที่ซ่อนอยู่ และอาจทำให้การชมภาพยนตร์สนุกขึ้นกว่าที่เคย
ที่มา – The ‘Dune: Part 3’ Costume Designer Explains Its Gorgeous Clothes
