นักวิทยาศาสตร์พบ สสารปกติที่หายไปของจักรวาล แล้ว!
เชื่อไหมครับว่าจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ ยังมีความลับซ่อนอยู่มากมาย และล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบ สสารปกติที่หายไปของจักรวาล ที่เคยเป็นปริศนาค้างคาใจมานานหลายทศวรรษ ซึ่งคราวนี้ไม่ใช่เรื่องของสสารมืด (Dark Matter) แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของสสารทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดีครับ
ไขปริศนาเหตุผลที่ นักวิทยาศาสตร์พบ สสารปกติที่หายไปของจักรวาล
ปัญหาคือตลอดเวลาที่ผ่านมา นักฟิสิกส์คำนวณไว้ว่าควรจะมีสสารชนิดที่เป็นบารีออน (Baryons) ซึ่งประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนอยู่จำนวนหนึ่งในจักรวาล แต่พอเราส่องกล้องมองดูดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และกาแล็กซีต่างๆ สสารเหล่านั้นกลับหายไปเกือบ 90% ของจำนวนที่ควรจะมีอยู่จริง จนทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่ามันไปซ่อนอยู่ที่ไหนกันนะ?
ทำไมเราถึงเพิ่งค้นพบสิ่งที่เรียกว่า นักวิทยาศาสตร์พบ สสารปกติที่หายไปของจักรวาล
คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “การปะทุของคลื่นวิทยุแบบรวดเร็ว” หรือ Fast Radio Bursts (FRB) ซึ่งเป็นสัญญาณพลังงานที่สว่างวาบและรวดเร็วมาก โดยทีมวิจัยจาก MIT ได้วิเคราะห์ว่าสัญญาณเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องมือวัดชั้นดี เพราะในขณะที่สัญญาณเดินทางผ่านอวกาศ มันจะเกิดการฟุ้งกระจาย (smearing) ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณสสารที่มันเคลื่อนที่ผ่านไปครับ
จากการศึกษาพบว่า:
- สสารดังกล่าวไม่ได้หายไปไหน แต่กระจายตัวอยู่ในรูปของก๊าซเบาบางรอบๆ กาแล็กซี
- สสารเหล่านี้อาจถูกพ่นออกมาไกลถึง 4 ล้านปีแสงจากศูนย์กลางของกาแล็กซี
- กระบวนการที่ทำให้สสารกระเด็นออกมาได้ไกลขนาดนั้น คาดว่าเป็นเพราะเจ็ตจากหลุมดำหรือพลังงานจากการระเบิดของดาวฤกษ์ที่มีความรุนแรงมหาศาล
ผลการวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันว่าโมเดลทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของเรายังคงมีความถูกต้อง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าจักรวาลมีความ “วุ่นวาย” มากกว่าที่เคยคิดไว้เยอะเลยครับ เหมือนกาแล็กซีทำหน้าที่เป็นน้ำพุที่คอยผลักก๊าซให้ออกไปอยู่ไกลแสนไกล
ส่วนตัวผมมองว่านี่คือหมุดหมายสำคัญของวงการดาราศาสตร์เลยครับ เพราะการที่เราสามารถแกะรอยเศษซากพลังงานเล็กๆ จนเจอกับสสารที่หายไปได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของเราก้าวไกลไปมาก และจักรวาลที่เคยมืดมิดก็ดูจะเริ่มเปิดเผยความลับออกมาทีละน้อย ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตเราอาจพบคำตอบของปริศนาจักรวาลอื่นตาทมาอีกก็เป็นได้ครับ
ที่มา – Scientists Finally Found the Universe’s Missing ‘Ordinary’ Matter
