ธารน้ำแข็งละลายเผยระเบิด WWI กว่า 250 ลูกในโดโลไมต์

ธารน้ำแข็งละลายเผยระเบิด WWI กว่า 250 ลูกในโดโลไมต์ กลายเป็นข่าวที่สะท้อนให้เห็นผลกระทบของสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและมรดกจากสงครามในเวลาเดียวกัน เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งบนเทือกเขาโดโลไมต์ของอิตาลีค่อย ๆ ถอยร่น และเปิดเผยสิ่งของที่ถูกฝังมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ หนึ่งในสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานจากสงครามโลกครั้งที่ 1

ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา กองพลภูเขาจูเลียของกองทัพอิตาลีเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สูงและบริเวณธารน้ำแข็งหลายแห่งของแคว้นเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจ เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดได้มากกว่า 250 ลูก ภารกิจนี้ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เข้าถึงยาก มีหิมะ น้ำแข็ง หินร่วง และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ธารน้ำแข็งละลายเผยระเบิด WWI กว่า 250 ลูกในโดโลไมต์

รายงานระบุว่าอาวุธที่พบมีทั้งกระสุนปืนใหญ่ของอิตาลีขนาด 75 มิลลิเมตรจำนวน 18 ลูก และกระสุนปืนครกแบบเธเวอต์ที่ผลิตในฝรั่งเศสอีก 37 ลูก อาวุธเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสงครามบนภูเขาหรือ “สงครามหิมะขาว” ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างกองทัพออสเตรีย-ฮังการีกับกองทัพอิตาลีระหว่างปี 1915 ถึง 1918

แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่าร้อยปี แต่วัตถุระเบิดบางส่วนยังคงมีอันตราย น้ำแข็งและอุณหภูมิต่ำช่วยเก็บรักษาอาวุธเหล่านี้เอาไว้ เมื่อธารน้ำแข็งบางลง เปลือกโลหะและกลไกภายในก็กลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผู้คนเดินทางผ่านมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงที่นักเดินเขาหรือเจ้าหน้าที่จะพบโดยไม่คาดคิด

ธารน้ำแข็งละลายเผยระเบิด WWI กว่า 250 ลูกในโดโลไมต์อย่างไร

การค้นพบครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีการขุดค้นทางโบราณคดีโดยตรง แต่เป็นผลจากการละลายของน้ำแข็งในพื้นที่สูง อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทำให้วัตถุซึ่งเคยถูกปกคลุมอย่างมิดชิดค่อย ๆ โผล่ออกมา ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อมมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานที่จับต้องได้ของภาวะโลกร้อน เพราะน้ำแข็งไม่ได้เพียงหายไปจากภูมิทัศน์ แต่ยังเปิดเผยเรื่องราวในอดีตที่ถูกซ่อนไว้ด้วย

ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 โดโลไมต์เคยมีธารน้ำแข็งประมาณ 33 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่รวมราว 8 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 12 แห่งเท่านั้น และระหว่างทศวรรษ 1980 จนถึงปี 2023 พื้นที่ธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้ลดลงถึง 56 เปอร์เซ็นต์ หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป ธารน้ำแข็งบางแห่งอาจหายไปภายในอีกไม่กี่ทศวรรษ

ฤดูร้อนที่ผ่านมายังมีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ของอิตาลี ทั้งแคว้นปีเยมอนเต เตรนตีโน และเซาท์ทีโรล แม้แต่พื้นที่ภูเขาซึ่งเคยมีอากาศหนาวเย็นก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ความร้อนที่ยาวนานทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสที่วัตถุอันตรายจากสงครามจะปรากฏบนผิวดิน

มรดกสงครามที่ซ่อนอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง

สงครามหิมะขาวเป็นหนึ่งในแนวรบที่โหดร้ายที่สุดของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารจำนวนประมาณ 150,000 ถึง 180,000 นายเสียชีวิตในพื้นที่ภูเขา แต่มีเพียงราวหนึ่งในสามที่เสียชีวิตจากการสู้รบโดยตรง ทหารจำนวนมากเสียชีวิตจากหิมะถล่ม ดินถล่ม อาการหนาวกัด ภาวะตัวเย็นเกิน และสภาพอากาศที่รุนแรง

นอกจากระเบิดแล้ว การละลายของน้ำแข็งยังเผยให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์อีกหลายประเภท เช่น อาวุธเก่า ที่พักในถ้ำ เลื่อนลากของ จดหมาย สมุดบันทึก และซากศพของทหารในเครื่องแบบ สิ่งของเหล่านี้ช่วยให้นักประวัติศาสตร์เข้าใจชีวิตของทหารที่ประจำการอยู่บนภูเขาได้มากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างภาระด้านความปลอดภัยและการอนุรักษ์ให้กับเจ้าหน้าที่

  • อาวุธบางชนิดยังมีดินระเบิดและสามารถทำงานได้
  • พื้นที่พบวัตถุส่วนใหญ่อยู่บนภูเขาสูงและเข้าถึงยาก
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งทำให้จุดค้นพบใหม่เกิดขึ้นทุกปี
  • วัตถุทางประวัติศาสตร์ต้องได้รับการจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ

นักเดินเขาควรทำอย่างไรเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย

กองทัพอิตาลีแนะนำว่า ผู้ที่พบวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายกระสุนหรือระเบิดไม่ควรแตะต้อง เคลื่อนย้าย หรือพยายามตรวจสอบด้วยตัวเอง แม้จะมีสนิมเกาะหรือดูเหมือนเสียหายแล้วก็ยังไม่ควรประมาท สิ่งที่ควรทำคือถอยออกจากบริเวณเดิม จดจำตำแหน่งหรือบันทึกพิกัดจากระยะปลอดภัย และแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่อุทยานทันที

เจ้าหน้าที่ทหารจะประเมินชนิดและสภาพของวัตถุ ก่อนวางแผนเก็บกู้หรือทำลายในพื้นที่ที่ควบคุมได้ การทำลายระเบิดอย่างปลอดภัยอาจต้องปิดเส้นทางชั่วคราวและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว เนื่องจากแรงระเบิด เศษโลหะ และสภาพภูมิประเทศสามารถสร้างอันตรายเพิ่มเติมได้

กองทัพอิตาลีระบุว่า อาวุธที่พบจะถูกทำให้ระเบิดอย่างปลอดภัยเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อประชาชน ขณะเดียวกัน วัตถุหรือหลักฐานที่เหมาะสมต่อการจัดแสดงอาจถูกนำไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์สงครามหิมะขาว ซึ่งมีกำหนดเปิดที่เมืองบอร์มิโอในเดือนมิถุนายน 2027 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะช่วยเล่าเรื่องราวของสงครามและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้คนรุ่นใหม่เข้าใจมากขึ้น

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าโลกร้อนไม่ใช่ประเด็นไกลตัว เพราะการละลายของธารน้ำแข็งสามารถเปลี่ยนทั้งระบบนิเวศ ภูมิทัศน์ และความปลอดภัยของผู้คนได้ในเวลาเดียวกัน สำหรับนักท่องเที่ยว โดโลไมต์อาจเป็นจุดหมายที่สวยงาม แต่ทุกคนควรเคารพคำเตือนและไม่เข้าใกล้วัตถุต้องสงสัย ส่วนในระดับสังคม การค้นพบระเบิดเก่าเหล่านี้ควรเป็นแรงผลักดันให้เราจริงจังกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น เพราะยิ่งน้ำแข็งหายไปเร็วเท่าไร ทั้งความทรงจำทางประวัติศาสตร์และความเสี่ยงใหม่ ๆ ก็จะยิ่งปรากฏออกมาเร็วขึ้นเท่านั้น

ที่มา – Melting Glaciers Expose More Than 250 Unexploded WWI Bombs in the Dolomites

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *