‘ทีมชัชชาติ’ กางโรดแมป 4 ปีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับ คน-เงิน-พื้นที่ หนุนธุรกิจรายย่อยเติบโตมั่นคง
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคนครับ เชื่อว่าหลายคนคงเคยสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเมืองเราในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยและการสร้างพื้นที่ค้าขายใหม่ๆ ล่าสุดทาง ‘ทีมชัชชาติ’ กางโรดแมป 4 ปีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับ คน-เงิน-พื้นที่ หนุนธุรกิจรายย่อยเติบโตมั่นคง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างแท้จริงครับ
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ในกรุงเทพฯ เรามีกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) และ Street Economy ที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองใหญ่กว่า 500,000 ราย ซึ่งรองรับการจ้างงานมหาศาลถึง 3.6 ล้านอัตรา การที่ทีมผู้บริหารเมืองหันมาโฟกัสเข้มข้นในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดระเบียบทางเท้า แต่คือการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อให้ธุรกิจย่อยเหล่านี้ไปต่อได้ในยุคปัจจุบัน
‘ทีมชัชชาติ’ กางโรดแมป 4 ปีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับ คน-เงิน-พื้นที่ หนุนธุรกิจรายย่อยเติบโตมั่นคง
โรดแมปใหม่นี้ไม่ใช่งานยากเพียงแค่การจัดพื้นที่ขายของ แต่คือการทำงานใน 4 มิติหลักที่ผสานเทคโนโลยีและคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน รายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ:
1. มิติด้านคน: พัฒนาศักยภาพด้วย NEXT LEARN
ทีมงานไม่ได้แค่ให้พื้นที่ขาย แต่ยังสนับสนุนผู้ค้าผ่านแพลตฟอร์ม NEXT LEARN เพื่อให้ความรู้มากกว่า 100 หลักสูตร ใครที่อยากมีทักษะการขาย การทำบัญชี หรือแม้แต่การตลาดดิจิทัล ก็สามารถเข้ามาเรียนเพื่อเอาไปปรับปรุงร้านค้าตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีระบบเรตติ้งเพื่อให้ลูกค้าช่วยกันการันตีคุณภาพร้านค้า ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ต่อไป
2. มิติด้านเงิน: ปลดล็อกสินเชื่อด้วยเครดิตการค้า
ปัญหาคลาสสิกของคนตัวเล็กคือการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน รอบนี้มีการจับมือกับธนาคารกรุงไทย โดยใช้ประวัติการค้ามาเป็นตัวยืนยันแทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้คนทำมาค้าขายรายย่อยมีสภาพคล่องมากขึ้น และยังกระตุ้นให้เข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องเพื่อให้ก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน
3. มิติด้านพื้นที่: กระจายจุดขายให้ทั่วถึง
จากเดิมที่ทำเลดีๆ กระจุกตัวอยู่ไม่กี่แห่ง แผนใหม่จะมีการขยาย ‘ศูนย์อิ่มท้อง’ ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 50 แห่ง รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่ใต้ทางด่วน รอบวัด และพื้นที่ว่างของรัฐให้เป็นตลาดชุมชน นอกจากนี้ยังมีโมเดล BKK Healthy Section ที่จะนำสินค้าชุมชนเข้าไปแทรกตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าและพื้นที่สวนสาธารณะ ทำให้คนเข้าถึงของดีราคาถูกได้ง่ายขึ้น
4. มิติด้านการอำนวยความสะดวก: ทุกอย่างจบผ่านดิจิทัล
ในยุคที่เวลาคือเงินทอง การทำเรื่องขออนุญาตในกทม. กำลังจะกลายเป็นระบบดิจิทัล 100% ตั้งแต่การยื่นเอกสารจนถึงการอนุมัติภายใน 14 วัน ลดการเดินทาง ลดความยุ่งยาก และเพิ่มความโปร่งใสให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยครับ
มุมมองส่วนตัวและเทรนด์ในอนาคต:
สิ่งที่ผมเห็นคือ ‘การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่’ ของธุรกิจฐานรากใน กทม. จากธุรกิจแบบปากกัดตีนถีบ สู่ธุรกิจที่ใช้ ‘ข้อมูล’ และ ‘เทคโนโลยี’ เข้ามานำทาง หากโรดแมปนี้สำเร็จจริง เราจะได้เห็นความเท่าเทียมในพื้นที่ค้าขาย และผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ นี่คือตัวอย่างของการบริหารที่ใช้ Data ขับเคลื่อนเมืองจริงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเมืองอื่นๆ ต่อไปครับ
ใครที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยในกรุงเทพฯ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากทาง กทม. อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลจะทำให้คุณคว้าโอกาสได้รวดเร็วกว่าเดิมแน่นอน!
