ทางการลาวช่วยจับ 2 ผู้สั่งการ ยัดเฮโรอีนกระเป๋าช้างไทยไปออสเตรเลีย ดีเอสไอเปิดเส้นทางรับ-ส่งข้ามโขง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีประเด็นข่าวที่น่าสนใจและเข้มข้นมากเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมข้ามชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก กับกรณี ทางการลาวช่วยจับ 2 ผู้สั่งการ ยัดเฮโรอีนกระเป๋าช้างไทยไปออสเตรเลีย ดีเอสไอเปิดเส้นทางรับ-ส่งข้ามโขง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเจ้าหน้าที่ไทยและ สปป.ลาว ที่ร่วมมือกันทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่นี้ครับ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลายคนคงพอจะจำข่าวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ถูกจับกุมที่ออสเตรเลียได้ดี ว่ากันว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อในขบวนการนี้ เพราะมีการนำเอาเฮโรอีนมาซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางลายช้างไทยอย่างแนบเนียน ล่าสุดทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ออกมาเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจว่า เครือข่ายนี้ทำกันเป็นขบวนการใหญ่ที่มีฐานที่มั่นอยู่ใน สปป.ลาว

ความคืบหน้าล่าสุด: ทางการลาวช่วยจับ 2 ผู้สั่งการ ยัดเฮโรอีนกระเป๋าช้างไทยไปออสเตรเลีย ดีเอสไอเปิดเส้นทางรับ-ส่งข้ามโขง

จากการขยายผลอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานบูรณาการ ได้แก่ ป.ป.ส., ดีเอสไอ และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำให้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับชาวลาว 3 รายที่เป็นหัวโจกสั่งการหลัก ได้แก่ สายัน บัวระพา, นัน บัวระพา และอุ่น เนาวะราด ในข้อหาสมคบและจำหน่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุด ทางการลาวช่วยจับ 2 ผู้สั่งการ ยัดเฮโรอีนกระเป๋าช้างไทยไปออสเตรเลีย ดีเอสไอเปิดเส้นทางรับ-ส่งข้ามโขง ได้สำเร็จ 2 ราย คือนายสายันและนายนัน ส่วนอีกรายเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามตัวอยู่ครับ

เปิดเส้นทางข้ามโขงที่เครือข่ายยาเสพติดใช้

ทางดีเอสไอได้เปิดเผยแผนผังการขนส่งว่า เครือข่ายนี้ทำงานกันมานานกว่า 2-3 ปี โดยมีพฤติกรรมคือ:

  • มีการนำยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาในพื้นที่ จ.เลย
  • ใช้จุดนัดพบที่ “ต้นมะเดื่อ” เป็นที่รับของก่อนนำเข้ากรุงเทพฯ
  • ซุกซ่อนเฮโรอีนในสินค้าโอทอป เช่น ผ้าไหม หรือชั้นซับในของกระเป๋าเดินทาง
  • ใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Line และ Facebook ในการสั่งการ

ในมุมมองของผม คดีนี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้กับการขนส่งสินค้าและกระเป๋าเดินทางที่เราอาจคาดไม่ถึง การที่กระเป๋า “ลายช้างไทย” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพแบบนี้ ทำให้เราต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นเวลาเดินทางหรือรับฝากของจากบุคคลอื่น ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นมาตรการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นจากบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อไม่ให้ช่องโหว่ทางกฎหมายกลายเป็นเครื่องมือขององค์กรอาชญากรรมครับ

ข้อคิดฝากไว้: ในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันผ่านแอปพลิเคชัน มิจฉาชีพก็ดูเหมือนจะปรับตัวเร็วขึ้นมาก ความมั่นคงทางยาเสพติดไม่ใช่เรื่องไกลตัว เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าหลงเชื่อหรือรับฝากของจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ระดับชีวิตได้ครับ

ที่มา – ทางการลาวช่วยจับ 2 ผู้สั่งการ ยัดเฮโรอีนกระเป๋าช้างไทยไปออสเตรเลีย ดีเอสไอเปิดเส้นทางรับ-ส่งข้ามโขง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *