ทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ รวบ 6 ผู้ต้องหาซุกไอซ์ 1,178 กก. ท้ายเรือสินค้า กลางอ่าวไทย
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่เกิดขึ้นกลางอ่าวไทย หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันสกัดเรือสินค้าที่ต้องสงสัยว่าใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ผลการตรวจค้นพบไอซ์น้ำหนักรวม 1,178 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับบริเวณท้ายเรือ พร้อมควบคุมตัวกัปตันและลูกเรือชาวไทยรวม 6 ราย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง
ทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ รวบ 6 ผู้ต้องหาซุกไอซ์ 1,178 กก.
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการตำรวจน้ำ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. รวมถึงหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา หรือ DEA Bangkok แถลงผลการปฏิบัติการร่วม ภายใต้ชื่อ “ปฏิบัติการสยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร”
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่เครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นขบวนการที่มีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยสามารถติดตามและสกัดเรือบรรทุกยาเสพติดลอตใหญ่ได้ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยตอนล่าง เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เส้นทางการติดตามเรือ EAST HARBOUR 1
คดีนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนของศูนย์วิเคราะห์ข่าวยาเสพติดสงขลา กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด ซึ่งพบข้อมูลว่าเรือชื่อ EAST HARBOUR 1 อาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามชาติมาตั้งแต่ต้นปี 2569 เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเรือ EAST HARBOUR 1 ออกจากชายฝั่งจังหวัดสงขลา และมีทิศทางมุ่งหน้าไปยังพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าอาจมีการรับส่งยาเสพติด กองบังคับการตำรวจน้ำจึงประสานชุดปฏิบัติการพิเศษทางน้ำ “มัจฉานุ” และนำเรือตรวจการณ์ 817 ออกติดตามเพื่อเก็บข้อมูลและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
กระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าเรือ EAST HARBOUR 1 ได้รับยาเสพติดแล้ว และกำลังเตรียมเคลื่อนที่ไปส่งมอบให้กับผู้รับช่วงต่อ จึงตัดสินใจขับไล่ติดตามและเข้าควบคุมเรือไว้ได้สำเร็จ โดยปฏิบัติการเป็นไปตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยทางทะเล
พบไอซ์ 1,178 กิโลกรัมซุกในช่องลับ
จากการตรวจค้นเรือ เจ้าหน้าที่พบกัปตันและลูกเรือชาวไทยรวม 6 ราย พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์ บรรจุเป็นก้อนในถุงชาและซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบ รวมทั้งหมด 39 กระสอบ กับอีก 8 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 1,178 กิโลกรัม จุดที่ซ่อนของกลางอยู่บริเวณช่องลับท้ายเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดจึงจะพบ
นอกจากยาเสพติด เจ้าหน้าที่ยังยึดเรือ EAST HARBOUR 1 มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาทไว้เป็นของกลาง การยึดเรือถือเป็นส่วนสำคัญของคดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเอกสารการครอบครอง เส้นทางเดินเรือ ระบบการติดต่อสื่อสาร และความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มทุนที่อาจอยู่เบื้องหลัง
- ผู้ต้องหา: กัปตันและลูกเรือชาวไทยรวม 6 ราย
- ของกลางหลัก: ไอซ์น้ำหนักรวม 1,178 กิโลกรัม
- วิธีการซุกซ่อน: บรรจุในถุงชาและกระสอบภายในช่องลับท้ายเรือ
- เรือของกลาง: EAST HARBOUR 1 มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท
แจ้งข้อกล่าวหาและเร่งขยายผล
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 6 รายในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเมทแอมเฟตามีน โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ลักษณะการกระทำเข้าข่ายเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
หลังจากนี้ ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดจะถูกส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนเส้นทางการเงิน ผู้สั่งการ ผู้จัดหาเรือ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งยาเสพติด เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่ายระดับใหญ่ ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงผู้ปฏิบัติการบนเรือเท่านั้น
คดีทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มการใช้เส้นทางทะเลเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การประสานข้อมูลแบบเรียลไทม์ การใช้เทคโนโลยีติดตามเรือ และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน จะมีบทบาทมากขึ้นในการสกัดกั้นขบวนการลักษณะนี้
สำหรับประชาชน การติดตามข่าวควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่เผยแพร่รายละเอียดที่อาจกระทบต่อรูปคดี ขณะเดียวกัน การแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการลำเลียงยาเสพติดอย่างปลอดภัยและผ่านช่องทางทางการ ก็เป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญในการช่วยลดปัญหายาเสพติดในสังคม
ทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงเครือข่ายที่ใหญ่กว่า ความคืบหน้าหลังจากการสอบสวนและการขยายผลจึงเป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อไป เพราะการตัดวงจรยาเสพติดอย่างยั่งยืนต้องดำเนินการให้ถึงผู้สั่งการและแหล่งเงินทุน พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางทะเลอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – ทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ รวบ 6 ผู้ต้องหาซุกไอซ์ 1,178 กก. ท้ายเรือสินค้า กลางอ่าวไทย
