ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจกอาจถูกทำลาย
รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกแผนงบประมาณประจำปี 2026 ที่อาจเป็นอันตรายต่อภารกิจวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก ที่มีบทบาทสำคัญต่อการติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์
ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก ภารกิจสำคัญของนาซา
OCO-2 และ OCO-3 หรือที่เรียกว่า ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก เป็นอุปกรณ์สองชุดที่ถูกออกแบบให้วัดความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศของโลกอย่างละเอียด ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์นี้ถูกนำมาใช้ในการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ เกษตรกรรม และพลังงานอย่างกว้างขวาง
ร่างงบประมาณที่เสนอโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก ทั้งสองดวงอาจถูกยุติภารกิจอย่างถาวร โดยเฉพาะ OCO-2 ที่จะถูกทำลายภายใต้กระบวนการประกอบด้วยการเผาไหม้เมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
OCO-2 และ OCO-3 คืออะไร?
ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก ถูกออกแบบให้วัดความเข้มข้นของก๊าซ CO₂ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์แสงที่ถูกดูดซับจากโมเลกุลของคาร์บอน ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญต่อความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของระบบคาร์บอนทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและจากกิจกรรมของมนุษย์
OCO-2 ถูกปล่อยสู่อวกาศเมื่อปี 2014 และ OCO-3 ถูกติดตั้งไว้ที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อปี 2019 โครงการทั้งสองช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และติดตามประสิทธิภาพของแหล่งดูดซับคาร์บอนอย่างป่า และมหาสมุทรได้
- ช่วยในการตรวจสอบแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนจากเมือง
- สนับสนุนข้อมูลที่สำคัญต่อข้อตกลงปารีส
- สามารถวัดการเกิดสังเคราะห์แสงของพืชได้
ความหมายของการยกเลิกดาวเทียม
หาก ดาวเทียมวัดก๊าซเรือนกระจก ถูกยุติอย่างถาวร จะเป็นการสูญเสียทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับโลก รวมถึงการตอบสนองของธรรมชาติต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เช่น ภัยแล้ง ไฟป่า และการตัดไม้ทำลายป่า
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้ยังสามารถประยุกต์นำไปใช้ในภาคเกษตรกรรม โดยการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของพืชและการเจริญเติบโตโดยอาศัยแสงสังเคราะห์จากดาวเทียมเหล่านี้
OCO-3 ยังมีความหวัง
ขณะที่อนาคตของ OCO-2 ดูเหมือนจะไม่แน่นอน แต่ OCO-3 ยังมีโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ที่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
ทางนาซายังคงเผยว่า ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการว่าจะยุติภารกิจทั้งสองดวง และความเคลื่อนไหวในสภาคองเกรสก็แสดงถึงการตั้งคำถามต่อการปิดภารกิจที่ถูกงบประมาณสนับสนุนโดยสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความไม่แน่นอนที่โครงการวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมต้องเผชิญในช่วงเวลานี้ ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมวิจัยในระดับนานาชาติและมาตรการรับมือภัยพิบัติที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี
เราควรให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยีในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลก และต่อสู้เพื่อรักษาโครงการที่สำคัญเหล่านี้ไว้ เพื่อประโยชน์ของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต