‘ชัชชาติ’ คิกออฟสมัย 2 สั่งเอ็กซเรย์กลุ่มทุนเทา-แรงงานต่างชาติ จัดการอาคารเถื่อน ต้องรายงานผลใน 1 เดือน
เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อท่านผู้ว่าฯ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ได้เริ่มเดินเครื่องเต็มสูบสำหรับการทำงานในสมัยที่สองทันทีครับ โดยประเดิมนัดแรกด้วยการเรียกประชุมคณะผู้บริหารและหัวหน้าสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อจัดการปัญหาค้างคาที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนเมืองอย่างจริงจังในหัวข้อ ‘ชัชชาติ’ คิกออฟสมัย 2 สั่งเอ็กซเรย์กลุ่มทุนเทา-แรงงานต่างชาติ จัดการอาคารเถื่อน ต้องรายงานผลใน 1 เดือน
ประเด็นที่น่าสนใจและถือเป็นข่าวดีของคนกรุงเทพฯ คือการที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติไม่ได้มาเล่นๆ แต่เน้นการปฏิบัติงานเชิงรุก โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและฝ่ายความมั่นคงอย่าง กอ.รมน. เพื่อจัดการปัญหาแรงงานต่างชาติที่แย่งอาชีพคนไทยและธุรกิจสีเทาที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ ซึ่งนับเป็นก้าวย่างสำคัญของการจัดระเบียบเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
‘ชัชชาติ’ คิกออฟสมัย 2 สั่งเอ็กซเรย์กลุ่มทุนเทา-แรงงานต่างชาติ จัดการอาคารเถื่อน ต้องรายงานผลใน 1 เดือน
มาตรการเร่งด่วนที่ท่านผู้ว่าฯ วางไว้ประกอบด้วย 3 มิติหลักที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง:
- การจัดการแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย: กทม. จะเร่งกวดขันอาชีพสงวนที่แรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมาย โดยประสานงานกับตำรวจเพื่อลงพื้นที่จับกุมทันที
- การตรวจเข้มธุรกิจสีเทา: แม้ กทม. จะมีอำนาจจำกัดในการคัดกรองนอมินี แต่บทบาทในฐานะ ‘แม่บ้าน’ ที่คอยเอ็กซเรย์ใบอนุญาตประกอบกิจการและฐานข้อมูลธุรกิจที่ไม่โปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญให้หน่วยงานหลักอย่างกระทรวงพาณิชย์เข้ามาจัดการต่อได้ง่ายขึ้น
- จัดการอาคารเถื่อน: นี่คือไม้เด็ดที่สำคัญที่สุดครับ โดยผู้ว่าฯ ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร สั่งให้โยธาฯ ตรวจสอบและระงับการใช้อาคารที่ดัดแปลงผิดประเภท โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่กลุ่มทุนสีเทานิยมนับเป็น ‘การตัดไฟแต่ต้นลม’ ที่ดีมาก
การดำเนินการตามแผน ‘ชัชชาติ’ คิกออฟสมัย 2 สั่งเอ็กซเรย์กลุ่มทุนเทา-แรงงานต่างชาติ จัดการอาคารเถื่อน ต้องรายงานผลใน 1 เดือน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น การที่ทุกเขตต้องรายงานผลภายในเวลาที่กำหนดถือเป็นการบีบให้เห็นผลเชิงประจักษ์อย่างรวดเร็ว
ในมุมมองของผม นี่คือสัญญาณที่ดีของการบริหารที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result-oriented) โดยเฉพาะการใช้ ‘ข้อมูล’ นำหน้าซึ่งเป็นจุดถนัดของท่านผู้ว่าฯ อยู่แล้ว สำหรับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ใครที่พบเห็นความไม่ชอบมาพากลในพื้นที่ใกล้บ้าน การออกมาเป็นหูเป็นตาแจ้งผ่าน Traffy Fondue ยังคงเป็นช่องทางที่ทรงพลังที่สุดในการช่วยให้ผู้บริหารกรุงเทพฯ ตรวจสอบจุดเสี่ยงได้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ มาร่วมกันสร้างเมืองที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคนกันต่อไปครับ
