จับตามินอ่องหล่าย เตรียมเยือนไทย พบอนุทิน คุยอะไรบ้าง?
ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวสารต่างประเทศ น่าจะเห็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือการที่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา เตรียมจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้ครับ ซึ่งนี่ถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในฐานะผู้นำรัฐบาลพลเรือนหลังจากชนะการเลือกตั้งภายใต้การจัดการของกองทัพเมียนมา ซึ่งแน่นอนว่าการมาเยือนครั้งนี้มีกระแสตีกลับและคำถามมากมายที่สังคมไทยต้องจับตามอง
จับตามินอ่องหล่าย เตรียมเยือนไทย พบอนุทิน คุยอะไรบ้าง?
การพบกันระหว่างมิน อ่อง หล่าย กับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่แค่การทักทายตามมารยาททางการทูตทั่วไป แต่มีวาระสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศโดยตรงครับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน เรื่องของสแกมเมอร์ ยาเสพติด ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสารพิษในแม่น้ำกกที่กำลังสร้างผลกระทบต่อคนไทยในพื้นที่อย่างหนัก
เหตุผลเบื้องหลังการเยือนไทยครั้งสำคัญ
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การที่ จับตามินอ่องหล่าย เตรียมเยือนไทย พบอนุทิน คุยอะไรบ้าง? นั้น แท้จริงแล้วเป็นผลจากการดำเนินนโยบาย ‘Calibrated Re-Engagement’ ของไทย ที่พยายามจะเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากลับเข้าสู่วงจรการทูตอาเซียนอีกครั้ง แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมิน อ่อง หล่าย เองก็ต้องการเพิ่มความชอบธรรมในเวทีระหว่างประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งภายในเมียนมาที่ยังคงระอุ
วาระเศรษฐกิจที่มองข้ามไม่ได้
นอกจากประเด็นการเมืองและการทูตแล้ว สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเกาะติดคือการจัด Business Forum ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งผู้นำเมียนมาตั้งใจมาดึงดูดนักลงทุนไทยให้เข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศเมียนมา แม้ว่าในมุมหนึ่งฝ่ายต่อต้านอย่างรัฐบาล NUG จะไม่พอใจต่อการเยือนนี้ แต่ในโลกของความเป็นจริง การเจรจาและการมีช่องทางสื่อสารระหว่างเพื่อนบ้านยังคงเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดในการรักษาเสถียรภาพระดับภูมิภาค
มุมมองและความเห็นส่งท้าย
ในมุมมองของผม การเยือนไทยในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของนโยบายต่างประเทศไทยครับ ว่าเราจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเป็นกาวใจให้อาเซียน กับการรักษาผลประโยชน์ของชาติในเรื่องของชายแดนและสิ่งแวดล้อมได้ดีแค่ไหน การที่รัฐบาลไทยเปิดช่องให้มีการพูดคุยถือเป็นก้าวแรกที่ดี แต่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงต่างหากคือสิ่งที่คนไทยเฝ้ารอดูกันอยู่ ว่าคำมั่นสัญญาเรื่องปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนหรือการจัดการความรุนแรงชายแดนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่การเจรจาในห้องประชุมเพียงอย่างเดียว
ในอนาคตอันใกล้ เทรนด์การเมืองในอาเซียนน่าจะมุ่งเน้นไปที่การ ‘คุยกันให้มากขึ้น’ ท่ามกลางวิกฤตที่แก้ได้ยาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการตระหนักถึงความปลอดภัยและสันติภาพในพื้นที่รอยต่อของเราให้มากที่สุดครับ
ที่มา – จับตามินอ่องหล่าย เตรียมเยือนไทย พบอนุทิน คุยอะไรบ้าง?
