คุยกับ ‘หมอมิ้ง’ ภารกิจพรรคเพื่อไทย ทลายกำแพงประกันสังคม เพื่อเข้าถึงสิทธิไม่น้อยกว่าบัตรทอง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยเรื่องสุขภาพกันแบบชิลๆ แต่สำคัญมากเลยนะ โดยเฉพาะสิทธิการรักษาพยาบาลที่หลายคนเจอปัญหาแบบงงๆ ว่าทำไมผู้ประกันตนต้องลำบากกว่าเจ้าของบัตรทอง ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ล่ะ? ผมมีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์สุดเข้มข้น คุยกับ ‘หมอมิ้ง’ ภารกิจพรรคเพื่อไทย ทลายกำแพงประกันสังคม เพื่อเข้าถึงสิทธิไม่น้อยกว่าบัตรทอง จาก THE STANDARD ซึ่งนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ ‘หมอมิ้ง’ แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาฯนายกฯ และหนึ่งในผู้บุกเบิกบัตรทองสมัยไทยรักไทย เล่าทุกมุมแบบละเอียดยิบ มาฟังกันว่าภารกิจนี้จะช่วยชีวิตเรายังไงบ้าง
คุยกับ ‘หมอมิ้ง’ ภารกิจพรรคเพื่อไทย ทลายกำแพงประกันสังคม เพื่อเข้าถึงสิทธิไม่น้อยกว่าบัตรทอง
ก่อนอื่น มาทำความรู้จัก 3 กองทุนหลักกันก่อนนะครับ สิทธิข้าราชการ (ปี 2523), ประกันสังคม (ปี 2533) และบัตรทอง (ปี 2545) ที่เกิดจากรัฐบาลไทยรักไทย หลัง 24 ปี บัตรทองโดดเด่นสุด ได้รับคำชมเพียบ เพราะครอบคลุมทุกคน ‘ยกเว้นที่มีสิทธิอื่น’ แต่ผู้ประกันตนมาตรา 33/39 ที่จ่ายเงินสมทบทุกเดือน กลับติดกำแพงใหญ่ เข้าใช้บัตรทองไม่ได้!
หมอมิ้งเล่าว่า บัตรทองเปลี่ยนเกมการใช้งบประมาณ จาก ‘ของบตามขนาดโรงพยาบาล’ เป็น ‘นับหัวประชากร’ ทำให้โรงพยาบาลชนบทอย่างอีสานได้ทรัพยากรเพิ่ม พัฒนาจนครอบคลุมค่าล้างไต มะเร็ง ไปจนถึงเทคโนโลยีไฮเทคอย่าง Proton Therapy ทีมบุกเบิกอย่างหมอสงวน หมอวิโรจน์ (ช่วย WHO) และหมอจเด็จ เลขาฯสปสช. ทำให้บัตรทองแซงหน้าสิทธิอื่นๆ ไปแล้ว
ทำไมผู้ประกันตนใช้บัตรทองไม่ได้? กำแพงเงินคนละกองทุน
ปัญหาคือเงินแยกส่วน! ตัวอย่างจริง อาจารย์หมอเก่งๆ อยากใช้สิทธิข้าราชการช่วยพ่อที่เป็นผู้ประกันตน แต่ประกันสังคมบอก ‘เบิกเราก่อน’ แบบนี้ล่ะที่มนุษย์เขียนกฎขึ้นมา หมอมิ้งเสนอทางออกง่ายๆ: ประกันสังคมซื้อบริการจากสปสช. (เจ้าของบัตรทอง) โดยไม่ต้องแก้กฎใหญ่โต แค่ตกลงราคาต่อหัว ใช้บริการเดียวกัน ผู้ประกันตนได้สิทธิเท่าหรือดีกว่า!
ย้อนรอยบัตรทอง: จาก ‘30 บาทตายทุกโรค’ สู่ระบบที่อยู่ตัว
สมัยบุกเบิก โดนด่า ‘30 บาทตายทุกโรค’ แต่พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จ เปลี่ยนจากงบกระจุกโรงใหญ่ เป็นกระจายทั่วถึง ตอนนี้บัตรทองมีเงินเหลือโรงพยาบาลหลายหมื่นล้าน ไม่เจ๊งแน่ถ้าบริหารดี
จุดยืนพรรคเพื่อไทย: 6-7 ข้อแก้ปัญหาประกันสังคม
- ผู้ประกันตน 1 คนเลือกบอร์ดฝ่ายลูกจ้างได้ทั้ง 7 คน แบบประชาธิปไตย
- บริหารกองทุนโดยมืออาชีพ
- เลือกประธานบอร์ดจาก 21 คน ไม่ใช่ปลัดแรงงานโดยตำแหน่ง
- สิทธิรักษาพยาบาลซื้อจากสปสช. ให้เท่าบัตรทอง
- เพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้จ่ายพรีเมียม
- เทียบเคียง 3 กองทุนให้พื้นฐานเท่ากัน
- แยกผู้เชี่ยวชาญดูแลแต่ละสิทธิ (รักษา vs บำนาญ)
สมัยรัฐบาลเพื่อไทยหลังเลือกตั้ง 2566 เริ่มคุยแล้ว แต่เวลาสั้น รัฐมนตรีพิชัยสั่งกรมบัญชีกลาง หมอมิ้งคุยหมอจเด็จและรมว.แรงงาน ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาล จะเร่งทลายกำแพงนี้ทันที
ในฐานะคนที่เคยบริหารโรงพยาบาล หมอมิ้งย้ำ: สุขภาพพื้นฐานต้องเท่าเทียม ภาษีเก็บจากคนมี เพื่อดูแลทุกคน โดยเฉพาะคนจนต่ำเส้น 3,078 บ./เดือน พรรคเพื่อไทยผลัก ‘คนไทยไร้จน’ เพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน
มุมมองผมในฐานะคนติดตามเทรนด์สุขภาพดิจิทัล: ยุคนี้แอป telemedicine กำลังมา ถ้าระบบรวมกันแบบนี้ จะเชื่อมข้อมูลผู้ป่วยได้ seamless ด้วย AI ลดความลักลั่น ลองคิดดู ถ้าประกันสังคมอัพเกรดด้วย tech จากสปสช. ผู้ประกันตนจะ happy แน่! มาสนับสนุนนโยบายที่ทำให้สุขภาพเข้าถึงทุกคนกันเถอะ รอติดตามผลงานพรรคเพื่อไทยนะครับ
ที่มา – คุยกับ ‘หมอมิ้ง’ ภารกิจพรรคเพื่อไทย ทลายกำแพงประกันสังคม เพื่อเข้าถึงสิทธิไม่น้อยกว่าบัตรทอง