ครม. มีมติให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไม่ห้ามจัดงานรื่นเริง ส่วนประชาชนพิจารณาไว้ทุกข์ตามความเหมาะสม
เชื่อว่าหลายท่านคงทราบข่าวเศร้าจากการประกาศสำนักพระราชวังเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งสร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ในวันนี้จึงอยากมาสรุปแนวทางปฏิบัติที่รัฐบาลได้มีการประกาศออกมาเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ครม. มีมติให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไม่ห้ามจัดงานรื่นเริง ส่วนประชาชนพิจารณาไว้ทุกข์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนครับ
แนวทางการปฏิบัติเมื่อ ครม. มีมติให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไม่ห้ามจัดงานรื่นเริง ส่วนประชาชนพิจารณาไว้ทุกข์ตามความเหมาะสม
สำหรับการดำเนินการของภาครัฐนั้น รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงหน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ทำการลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนเป็นต้นไป ในส่วนของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็มีกำหนดการให้ไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วันเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติสูงสุด โดยทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้เป็นผู้ประกาศเรื่องนี้ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน
การจัดการพระราชพิธีพระศพและส่วนที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการพระราชพิธีพระศพฯ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการความร่วมมือของหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมที่จะดูแลเรื่องการจัดสร้างพระเมรุ และกระทรวงสาธารณสุขที่จะจัดทีมแพทย์คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมการรองรับเหตุฉุกเฉินและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเข้าถวายสักการะ
หลายคนอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานกิจกรรมหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ทางภาครัฐได้ชี้แจงชัดเจนว่าในกรณีของ ครม. มีมติให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไม่ห้ามจัดงานรื่นเริง ส่วนประชาชนพิจารณาไว้ทุกข์ตามความเหมาะสม นั้น ไม่ได้เป็นการห้ามไม่ให้มีการจัดงานรื่นเริงแต่อย่างใด ดังนั้นภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปยังสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติภายใต้ดุลยพินิจของแต่ละท่าน
สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะถวายน้ำสรงพระศพ สามารถเดินทางไปที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตามเวลาที่สำนักพระราชวังกำหนด ซึ่งผมเชื่อว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การแสดงออกถึงความอาลัยด้วยความสำรวมและให้เกียรติเป็นเรื่องที่คนไทยร่วมมือกันได้ดีเสมอครับ การติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ เพื่อให้เราเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางของรัฐได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดครับ
