ของเสียรั่ว ปลาตาย อับอายทั้งจังหวัด ปราจีนฯ เสนอปิด 4 โรงงาน พร้อมตรวจเงินทุน–ปมนอมินี

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรียังเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง หลังพบคราบสีรุ้งบนผิวน้ำและปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ทยอยตาย เหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบเฉพาะสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจำนวนมาก และทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

ประเด็น ของเสียรั่ว ปลาตาย อับอายทั้งจังหวัด ปราจีนฯ เสนอปิด 4 โรงงาน พร้อมตรวจเงินทุน–ปมนอมินี กลายเป็นเรื่องใหญ่ หลังมีรายงานความเสียหายของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ 86 ราย ใน 3 อำเภอ รวมมูลค่าประมาณ 49.8 ล้านบาท ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัด โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าปลาตายเกิดจากโรงงานใดโดยตรง

ของเสียรั่ว ปลาตาย อับอายทั้งจังหวัด ปราจีนฯ เสนอปิด 4 โรงงาน พร้อมตรวจเงินทุน–ปมนอมินี

ข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำบางจุดในอำเภอศรีมหาโพธิมีน้ำมันและไขมันสูงกว่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน รวมถึงพบสารกลุ่มไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูง แม้ผลตรวจโลหะหนักส่วนใหญ่จะไม่พบ หรืออยู่ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและไม่นำน้ำที่อาจปนเปื้อนไปใช้ในชีวิตประจำวัน

การประชุมร่วมระหว่างจังหวัด ตำรวจ อัยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานราชการ และประชาชน นำไปสู่การจัดทำหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยกำหนดภารกิจเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ การจัดการโรงงานที่สร้างความเดือดร้อน การแก้วิกฤตสัตว์น้ำตาย และการตรวจสอบธุรกิจที่อาจใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ

เสนอหยุดกิจการ 4 บริษัทที่ถูกจับตา

จังหวัดปราจีนบุรีเสนอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาสั่งปิดหรือหยุดประกอบกิจการของ 4 บริษัทตามกฎหมายโรงงาน เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมในการรับมือน้ำท่วม การจัดเก็บของเสีย และระบบป้องกันผลกระทบต่อชุมชน โดยบริษัทที่ถูกกล่าวถึงประกอบด้วย บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด บริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด และบริษัท จี เค ซี รีไซเคิล จำกัด

กรณีบริษัทกรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด มีรายงานว่าน้ำท่วมสูงเกินจุดปลอดภัยของโรงงาน จนทำให้น้ำมันหล่อลื่นหรือของเสียสำหรับผลิตเชื้อเพลิงทดแทนไหลออกนอกพื้นที่ ผลตรวจครั้งแรกพบคราบน้ำมันและไฮโดรคาร์บอนในปริมาณมาก บริษัทได้ดำเนินการกักคราบน้ำมันและสูบน้ำปนเปื้อนไปบำบัด ขณะที่กรมโรงงานฯ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราวและปรับปรุงระบบต่าง ๆ

ส่วนบริษัทเวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ประกอบกิจการในลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ในช่วงแรกยังอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อเข้าตรวจสอบเพิ่มเติม จึงยังไม่มีผลตรวจที่ยืนยันการกระทำผิดอย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทเอ็มวาย เมทัล จำกัด ถูกตรวจพบการติดตั้งและเดินเครื่องจักร รวมถึงนำชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าพื้นที่ ทั้งที่ใบอนุญาตบางส่วนยังไม่ได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่จึงอายัดเครื่องจักรและดำเนินคดีตามขั้นตอน

สำหรับบริษัทจี เค ซี รีไซเคิล จำกัด เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกขยะอิเล็กทรอนิกส์และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำขยะอันตรายเข้าพื้นที่นอกเงื่อนไขใบอนุญาต รวมถึงอาจมีการหลอมขยะโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงมีการเสนอให้ดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากรมโรงงานฯ สั่งหยุดกิจการสาขากบินทร์บุรีแล้ว

ปลาตายเสียหายเกือบ 50 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักงานประมงจังหวัดระบุว่า อำเภอศรีมหาโพธิมีผู้ได้รับผลกระทบ 31 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 14.35 ล้านบาท อำเภอเมืองปราจีนบุรีได้รับผลกระทบ 44 ราย มูลค่าประมาณ 26.88 ล้านบาท และอำเภอบ้านสร้างได้รับผลกระทบ 11 ราย มูลค่าประมาณ 8.55 ล้านบาท รวมทั้งหมดเกือบ 50 ล้านบาท

ผลตรวจคุณภาพน้ำบางจุดพบออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ โดยมีแผนปล่อยน้ำเพื่อเจือจางน้ำเสียวันละประมาณ 500,000 ถึง 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะอาจกระทบพื้นที่ท้ายน้ำที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่

ประเด็นสำคัญคือ แม้จะพบสารปนเปื้อนบางชนิดในน้ำ แต่ยังต้องเก็บตัวอย่างซ้ำและตรวจสอบเส้นทางการปนเปื้อนอย่างละเอียดก่อนชี้ตัวผู้รับผิดชอบ การเยียวยาควรเดินหน้าไปพร้อมกับการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรอความช่วยเหลือเป็นเวลานาน

ตรวจเงินทุนและข้อสงสัยเรื่องนอมินี

นอกจากปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว จังหวัดยังเสนอให้ตรวจสอบโครงสร้างการลงทุนของทั้ง 4 บริษัทอย่างละเอียด โดยพิจารณาที่มาของเงินซื้อหุ้น การแบ่งผลประโยชน์ อำนาจบริหารที่แท้จริง หน้าที่ของกรรมการ รายได้ และการเพิ่มทุน เพื่อดูว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือการที่คนไทยถือหุ้นในบริษัท ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นการใช้นอมินี จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารทางการเงินและพฤติกรรมการบริหารประกอบกัน โดยข้อมูลธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และรีไซเคิลในจังหวัดมีทั้งหมด 86 ราย แบ่งเป็นคนไทยถือหุ้นทั้งหมด 36 ราย ต่างชาติถือหุ้นต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จำนวน 15 ราย และต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจำนวน 35 ราย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยรายงานว่าพบธุรกิจรีไซเคิลในปราจีนบุรี 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี และได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนต่อ แต่เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัท จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกับ 4 บริษัทที่จังหวัดเสนอให้ตรวจสอบหรือไม่

ภาพรวมของ ของเสียรั่ว ปลาตาย อับอายทั้งจังหวัด ปราจีนฯ เสนอปิด 4 โรงงาน พร้อมตรวจเงินทุน–ปมนอมินี สะท้อนว่าปัญหาอุตสาหกรรมกับชุมชนไม่ควรถูกแก้ด้วยคำสั่งหยุดกิจการเพียงชั่วคราวเท่านั้น รัฐควรเปิดเผยผลตรวจอย่างโปร่งใส เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และวางระบบแจ้งเตือนภัยที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสิ่งแวดล้อม แนวโน้มสำคัญหลังจากนี้คือการตรวจสอบธุรกิจรีไซเคิลจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเคลื่อนย้ายของเสีย การจัดเก็บวัตถุดิบ และแหล่งเงินทุน ผู้ประกอบการควรยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่ประชาชนควรติดตามผลตรวจและใช้สิทธิเรียกร้องข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพราะการป้องกันเหตุซ้ำต้องอาศัยทั้งกฎหมายที่จริงจังและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ที่มา – ของเสียรั่ว ปลาตาย อับอายทั้งจังหวัด ปราจีนฯ เสนอปิด 4 โรงงาน พร้อมตรวจเงินทุน–ปมนอมินี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *