ก้าวใหม่ศิริราช ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ได้รับการสรรหาเป็นคณบดี
ก้าวใหม่ศิริราช ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช นับเป็นข่าวสำคัญในแวดวงการแพทย์และการศึกษาไทย หลังสภามหาวิทยาลัยมหิดลมีมติสรรหา ศาสตราจารย์ นายแพทย์กีรติ เจริญชลวานิช ให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีกำหนดเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เพราะคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นสถาบันที่มีภารกิจครอบคลุมทั้งการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ การพัฒนางานวิจัย การให้บริการสุขภาพ และการสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคม การเข้ารับตำแหน่งของคณบดีคนใหม่จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีความผูกพันกับประชาชนไทยมาอย่างยาวนาน
ก้าวใหม่ศิริราช ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช กับภารกิจคณบดีคนใหม่
ในมุมของคนทั่วไป ตำแหน่งคณบดีอาจดูเหมือนเป็นบทบาทด้านการบริหารภายในมหาวิทยาลัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คณบดีของคณะแพทยศาสตร์ต้องดูแลภารกิจที่เชื่อมโยงกับผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่นักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน อาจารย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ไปจนถึงเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช จะเข้ามามีบทบาทในการสานต่อทิศทางของศิริราชให้เดินหน้าสู่การเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษา การเรียนการสอน และการวิจัย ภารกิจเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพในยุคใหม่
ศิริราชกับความท้าทายของวงการแพทย์ยุคดิจิทัล
ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในวงการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์ทางไกล หรือเครื่องมือช่วยวินิจฉัยโรค เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเปิดโอกาสให้บุคลากรดูแลผู้ป่วยได้ละเอียดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ
สำหรับสถาบันการแพทย์ขนาดใหญ่ การสร้างระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างการรักษา การศึกษา และการวิจัยอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว ศิริราชจึงมีโอกาสเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ที่ผสานความเชี่ยวชาญของแพทย์เข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล โดยยังคงยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
ความคาดหวังจากนักศึกษา บุคลากร และประชาชน
อีกประเด็นที่หลายคนจับตามองคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในองค์กร นักศึกษาและบุคลากรต้องทำงานท่ามกลางความกดดันสูง การสนับสนุนด้านการเรียนรู้ สุขภาพจิต สภาพแวดล้อมการทำงาน และโอกาสเติบโตในสายอาชีพ จึงเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การพัฒนาอาคารหรือเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ประชาชนย่อมคาดหวังให้ศิริราชยังคงเป็นโรงพยาบาลที่เข้าถึงได้ มีมาตรฐาน และให้การดูแลอย่างมีมนุษยธรรม การรักษาความไว้วางใจจากผู้ป่วยจะต้องอาศัยทั้งคุณภาพทางวิชาการและการสื่อสารที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลสุขภาพบนโลกออนไลน์มีจำนวนมากและบางส่วนอาจคลาดเคลื่อน
- ด้านการแพทย์: พัฒนาการดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไป
- ด้านการศึกษา: เตรียมบุคลากรให้พร้อมรับมือกับเทคโนโลยีและโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
- ด้านการวิจัย: สร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสังคม
- ด้านสังคม: ขยายคุณค่าของงานแพทย์ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง
ก้าวใหม่ศิริราช ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ แต่สะท้อนการเตรียมพร้อมของสถาบันต่อความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบสุขภาพ ทั้งเรื่องสังคมสูงวัย โรคเรื้อรัง เทคโนโลยีการแพทย์ และความคาดหวังของผู้รับบริการในยุคที่ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
การเริ่มดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสานต่อภารกิจสำคัญ โดยความสำเร็จไม่ได้วัดจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วย คุณภาพการเรียนรู้ของนักศึกษา ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง และความสุขของบุคลากรในองค์กร
ในมุมมองของเรา ทิศทางที่น่าจับตามองคือการทำให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยสื่อสารกันได้ดีขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนห่างไกลกว่าเดิม หากทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุน ศิริราชก็มีโอกาสเดินหน้าสู่อนาคตที่แข็งแรง พร้อมสร้างคุณค่าให้วงการแพทย์ไทยและสังคมอย่างยั่งยืน ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมส่งกำลังใจให้ภารกิจบทใหม่ของศิริราชกันต่อไป
