กินยาแก้ไอ หรือ น้ำผึ้งผสมมะนาว? ตัวช่วยบรรเทาอาการไอที่ได้ผลจริง!
สวัสดีครับทุกคน! เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวทีไร เสียงไอถามหากันระงมเลยใช่มั้ยล่ะครับ? ทั้งในออฟฟิศ บนรถไฟฟ้า หรือแม้แต่ในบ้านตัวเอง บางทีก็ได้ยินเสียงไอไม่หยุดหย่อน แล้วเราควรทำยังไงดี? หลายคนอาจจะพุ่งเป้าไปที่ยาแก้ไอ แต่เอ๊ะ! มันได้ผลจริง ๆ เหรอ? หรือว่าสูตรเด็ดเคล็ดลับคุณยายอย่าง น้ำผึ้งผสมมะนาว จะเวิร์คกว่ากันนะ?
วันนี้ผมจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง โดยอิงจากข้อมูลของศาสตราจารย์แจ็กกี้ สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการวิทยุชื่อดังเลยทีเดียว มาดูกันว่าความจริงแล้ว อะไรคือตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับอาการไอของเรา

ที่มาของภาพ,Getty Images
ยาแก้ไอ vs น้ำผึ้งผสมมะนาว: อะไรที่ใช่สำหรับคุณ?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอาการไอส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากหวัด ซึ่งเกิดจากไวรัสที่เข้าไปก่อกวนบริเวณลำคอและทางเดินหายใจ ดังนั้น ยาแก้ไอ ส่วนใหญ่จึงไม่ได้เข้าไปจัดการกับตัวไวรัสโดยตรง แต่จะเน้นไปที่การบรรเทาอาการเจ็บคอ ลดการระคายเคือง ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการไอนั่นเอง
สำหรับอาการไอแห้ง ๆ ศาสตราจารย์สมิธแนะนำว่า การใช้พวกยาทาหอมระเหย หรือสารบรรเทาอาการที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมรสหวาน (เช่น กลีเซอรอล) จะช่วยเคลือบลำคอ ทำให้ชุ่มชื้น และลดอาการคอแห้งได้ แต่ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อยี่ห้อดัง ๆ นะครับ เพราะยาแก้ไอราคาประหยัดตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีประสิทธิภาพพอ ๆ กัน
แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลในยาแก้ไอด้วยนะครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ยาแก้ไอแบบไม่มีน้ำตาลก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ส่วนผสมที่มักจะเห็นในยาแก้ไอก็คือ เด็กซ์โทรเมทอร์แฟน (dextromethorphan) ที่เคลมว่าช่วยระงับอาการไอได้ แต่ศาสตราจารย์สมิธบอกว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ และที่สำคัญคือ ต้องทานตามขนาดที่แนะนำเท่านั้น เพราะอาจทำให้ติดยาได้
อีกส่วนผสมหนึ่งที่เจอบ่อย ๆ คือ เลโวเมนทอล (Levomenthol) ที่ให้ความรู้สึกเย็นซ่าในลำคอ ช่วยลดอาการคันและระคายเคือง เหมาะสำหรับอาการไอมีเสมหะ

ที่มาของภาพ,Getty Images
แล้วถ้าเป็นอาการไอมีเสมหะล่ะ?
หลายคนอาจรู้สึกเหมือนมีเสมหะกองทัพอยู่ในอก ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น หลอดลมอักเสบ หรือเสมหะสะสมในจมูกและไซนัส ศาสตราจารย์สมิธแนะนำว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเชื่อคำโฆษณาของยาแก้ไอมากนัก อย่างเช่น กัวอิเฟเนซิน (guaifenesin) ที่เคลมว่าละลายเสมหะได้ ก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด
ยาแก้แพ้ที่มีฤทธิ์สงบประสาท (เช่น ไดเฟนไฮดรามีน) อาจช่วยให้คุณนอนหลับได้ แต่ไม่ได้รักษาอาการไอโดยตรง และสารสกัดจากพืชสมุนไพรบางชนิด (เช่น ไธม์และสควิลล์) ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยบรรเทาอาการได้จริง
วิธีที่ดีที่สุดคือ “รอให้อาการดีขึ้นเอง” ดื่มน้ำเยอะ ๆ ให้ร่างกายชุ่มชื้น และอมยาอมที่ช่วยกระตุ้นการกลืน เพื่อยับยั้งอาการไอเป็นพัก ๆ
น้ำผึ้งผสมมะนาว: สูตรธรรมชาติที่ได้ผลจริง
ข่าวดีก็คือ การทำน้ำผึ้งผสมมะนาวอุ่น ๆ ดื่มเองที่บ้าน สามารถบรรเทาอาการไอแห้งได้ดีพอ ๆ กับยาแก้ไอทั่วไปเลยล่ะครับ!
งานวิจัยของ Cochrane (องค์กรอิสระด้านหลักฐานเชิงประจักษ์) พบว่า การใช้น้ำผึ้งผสมมะนาวกับเด็กอายุเกิน 1 ขวบที่มีอาการไอและหวัด อาจ “มีประโยชน์บ้าง” ศาสตราจารย์สมิธกล่าวเสริม
ที่สำคัญ อย่าลืมว่าการไอเป็นกลไกสำคัญของร่างกายในการกำจัดเสมหะ ดังนั้น ถ้าเป็นอาการไอมีเสมหะ การไอออกมาบ้างจะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
“ผมจะไอออกมาเท่าที่จำเป็น” ศาสตราจารย์สมิธกล่าว “ผมจะไม่พยายามกลั้นมันไว้ แต่ให้ไอออกมา” แต่ก็ควรใช้กระดาษทิชชู่ปิดปากด้วยนะครับ
แต่ถ้าเผลอกลืนเสมหะลงไป ก็ไม่ต้องกังวล เพราะกระเพาะอาหารสามารถย่อยเสมหะได้สบาย ๆ สิ่งที่ควรสังเกตคือสีของเสมหะ ถ้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม อาจมีเลือดปนอยู่
โดยทั่วไป อาการไอมีเสมหะมักจะหายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นหลังจาก 3 สัปดาห์ ศาสตราจารย์สมิธแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ครับ
เอาล่ะครับ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ ถ้าเริ่มมีอาการไอ ลองทำน้ำผึ้งผสมมะนาวอุ่น ๆ ดื่มดูก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพิจารณาใช้ยาแก้ไอนะครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอฝากเทรนด์ insight เล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ว่า การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วยครับ
แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ!
ปิดท้ายข่าวด้วยคำว่า ที่มา – กินยาแก้ไอ หรือ น้ำผึ้งผสมมะนาว อย่างไหนได้ผลดีกว่ากัน ?
