กรมอนามัยลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา สางปม ‘ปลาบึกตายเกลื่อน-น้ำเสียปนขี้ไก่’ คาดขาดออกซิเจนเฉียบพลัน
กรณีปลาบึกตายจำนวนมากและปัญหาน้ำเสียในจังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และการดูแลแหล่งน้ำในชุมชน ล่าสุดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุและประเมินผลกระทบอย่างเป็นระบบ
กรมอนามัยลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา สางปม ‘ปลาบึกตายเกลื่อน-น้ำเสียปนขี้ไก่’ คาดขาดออกซิเจนเฉียบพลัน
ทีมเจ้าหน้าที่จากศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 ประมงจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่น ได้เข้าตรวจสอบบ่อปลาของเอกชนในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว โดยบ่อดังกล่าวเป็นบ่อปิด มีขนาดประมาณ 20 ไร่ และลึกประมาณ 5 เมตร เบื้องต้นยังไม่พบการรั่วซึมของน้ำออกไปยังชุมชนโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของน้ำเน่าเสียได้อย่างชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงมีปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม 5 แห่ง ฟาร์มไก่ 1 แห่ง รวมถึงคลองนครเนื่องเขตซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำเข้าสู่พื้นที่ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงานประกอบกัน และรอผลวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง
พบค่าออกซิเจนละลายในน้ำต่ำมาก
ผลการตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบภาคสนามพบว่า ค่า pH ไนเตรท ทองแดง และแมงกานีส ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดินประเภทที่ 2 แต่สิ่งที่น่ากังวลคือค่าออกซิเจนละลายในน้ำ หรือ DO อยู่ที่เพียง 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับระบบนิเวศทางน้ำ
ค่า DO ที่ต่ำอาจทำให้ปลาและสัตว์น้ำไม่สามารถหายใจได้เพียงพอ โดยเฉพาะในบ่อที่มีน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นเน่าเสีย ภาวะดังกล่าวสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่า ปลาอาจตายจากการขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน แต่ยังต้องรอผลตรวจยืนยันเพิ่มเติมก่อนสรุปอย่างเป็นทางการ
สำหรับซากปลาที่พบในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดงได้ดำเนินการเก็บและฝังกลบในจุดที่ปลอดภัย โดยโรยปูนขาวเพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านเชื้อโรคและกลิ่นรบกวน การจัดการซากสัตว์น้ำอย่างถูกวิธีถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้กลางแจ้ง ซากอาจยิ่งทำให้น้ำเสื่อมคุณภาพและดึงดูดสัตว์พาหะเข้ามาในพื้นที่
ตรวจสอบประเด็นน้ำเสียปนขี้ไก่ในบางคล้า
อีกประเด็นที่กรมอนามัยเข้าตรวจสอบคือกรณีน้ำเสียและขี้ไก่ในอำเภอบางคล้า เจ้าหน้าที่ได้สำรวจบริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดเหนือ วัดเสม็ดเหนือ และชุมชนใกล้เคียง พบว่าน้ำที่ท่วมขังมีลักษณะเป็นน้ำไหล ไม่พบคราบขี้ไก่ในชุมชน และไม่มีกลิ่นเหม็นอย่างที่มีการตั้งข้อสังเกตในช่วงแรก
ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้สั่งการให้เร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำบางปะกง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำที่มีสีผิดปกติหรือไม่ทราบแหล่งที่มา และควรล้างมือให้สะอาดหลังทำกิจกรรมใกล้แหล่งน้ำทุกครั้ง
- ไม่ควรจับหรือบริโภคปลาที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งที่มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ
- หากพบปลาตายเพิ่ม ควรแจ้งผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่น
- ติดตามผลตรวจจากหน่วยงานรัฐก่อนแชร์ข้อมูลต่อ
กรณี กรมอนามัยลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา สางปม ‘ปลาบึกตายเกลื่อน-น้ำเสียปนขี้ไก่’ คาดขาดออกซิเจนเฉียบพลัน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาคุณภาพน้ำต้องอาศัยการตรวจสอบทั้งภาคสนามและห้องปฏิบัติการ ไม่ควรด่วนสรุปจากสีของน้ำหรือภาพที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว
ในมุมของประชาชน การช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสื่อสารผลตรวจอย่างต่อเนื่องและเข้าใจง่าย เพราะความโปร่งใสจะช่วยลดความกังวลของชุมชนได้ดีที่สุด แนวโน้มในอนาคตคือการใช้ระบบติดตามคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์และการตรวจค่าออกซิเจนในแหล่งน้ำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจช่วยป้องกันเหตุปลาตายจำนวนมากได้ก่อนสถานการณ์จะรุนแรง
ข้อสรุปสำคัญคือ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แต่ควรเฝ้าระวังอย่างมีข้อมูล หากพบความผิดปกติของน้ำหรือสัตว์น้ำ ให้รีบแจ้งหน่วยงานรัฐและหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง เพื่อร่วมกันดูแลสุขภาพของคนในชุมชนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับมาปลอดภัย
ที่มา – กรมอนามัยลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา สางปม ‘ปลาบึกตายเกลื่อน-น้ำเสียปนขี้ไก่’ คาดขาดออกซิเจนเฉียบพลัน
