กทม. เปิดสถิติสุขภาพจิตคนเมือง พบวัย 15-34 ปี เสี่ยงซึมเศร้าพุ่ง ชูแพลตฟอร์ม ‘Bangkok Mind’ รุกคัดกรอง-ดูแลครบวงจร
เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกเหนื่อยล้ากับวิถีชีวิตที่เร่งรีบในกรุงเทพฯ ใช่ไหมครับ? ยิ่งในยุคที่เราต้องแข่งขันกับเวลาและภาระทางเศรษฐกิจแบบนี้ สุขภาพจิตจึงกลายเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลย ล่าสุดทางกรุงเทพมหานครได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าในคนเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนควรหันมาใส่ใจกันอย่างจริงจังครับ
กทม. เปิดสถิติสุขภาพจิตคนเมือง พบวัย 15-34 ปี เสี่ยงซึมเศร้าพุ่ง ชูแพลตฟอร์ม ‘Bangkok Mind’ รุกคัดกรอง-ดูแลครบวงจร
จากการรายงานสถานการณ์โดย พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร พบว่าความชุกของโรคซึมเศร้าในคนกรุงเทพฯ พุ่งสูงถึงร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศเกือบเท่าตัว โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือช่วงอายุ 15-34 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงถึง 21.25% เลยทีเดียว ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลครับ
ทำไมต้อง Bangkok Mind?
เพื่อเป็นการรับมือกับปัญหานี้ กทม. จึงได้เปิดตัวโครงการ กทม. เปิดสถิติสุขภาพจิตคนเมือง พบวัย 15-34 ปี เสี่ยงซึมเศร้าพุ่ง ชูแพลตฟอร์ม ‘Bangkok Mind’ รุกคัดกรอง-ดูแลครบวงจร โดยเปลี่ยนจากแนวคิดการรอให้ป่วยแล้วมารักษา เป็นการเข้าไปหาประชาชนถึงที่ แพลตฟอร์มนี้เข้ามาช่วยให้เราสามารถประเมินสุขภาพจิตตัวเองได้ง่ายๆ ผ่าน LINE OA หรือ Chatbot อย่าง DMind ทำให้การเข้าถึงความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องยากหรือน่ากลัวอีกต่อไป
เจาะลึกการดูแลในยุคดิจิทัล
- ระบบคัดกรองที่รวดเร็วผ่านออนไลน์
- การเชื่อมโยงข้อมูลแบบ One Bangkok Mental Health Data System
- การขยายคลินิกสุขภาพจิตในศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง
- การใช้ Telemedicine เพื่อลดข้อจำกัดในการเดินทาง
การที่ กทม. นำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย ‘มดงาน’ ในชุมชนกว่า 2,000 คน ไม่ว่าจะเป็นครู หรือ อสส. ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ระบบสุขภาพจิตของเมืองหลวงเราแข็งแรงขึ้นครับ การมีระบบคัดกรองที่ดีทำให้เราพบปัญหาได้ตั้งแต่นัยสำคัญเริ่มแรก ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดวิกฤตทางจิตใจได้ดีกว่ามาก
มุมมองและข้อเสนอแนะ
ในฐานะที่เราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ผมมองว่า กทม. เปิดสถิติสุขภาพจิตคนเมือง พบวัย 15-34 ปี เสี่ยงซึมเศร้าพุ่ง ชูแพลตฟอร์ม ‘Bangkok Mind’ รุกคัดกรอง-ดูแลครบวงจร เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก แต่อีกด้านหนึ่ง สังคมรอบข้างคือส่วนสำคัญที่สุด หากเรารู้สึกว่าเพื่อนหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีความเครียดสะสม การรับฟังด้วยใจโดยไม่ตัดสินคือยาที่ดีที่สุดครับ ในยุคที่ Tech เข้ามาช่วยเรื่องการคัดกรองแล้ว ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนลองเข้าไปประเมินสุขภาพจิตของตัวเองผ่านช่องทางต่างๆ ของ กทม. อย่ารอให้ถึงวันที่ใจรับไม่ไหว เพราะสุขภาพจิตที่แข็งแรงคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีในกรุงเทพฯ ครับ
