กทม. เตรียมพร้อมรับขบวนเรือพระราชพิธีฯ ถวายผ้าพระกฐิน 6 พ.ย. นี้ เช็ก 6 จุดเฝ้าฯ รับเสด็จและจอ LED ริมเจ้าพระยา
กทม. เตรียมพร้อมรับขบวนเรือพระราชพิธีฯ สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นับเป็นอีกหนึ่งพระราชพิธีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดยกรุงเทพมหานครเตรียมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรอบด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรองปลัดกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงเรือตรวจสอบเส้นทางและติดตามความพร้อมของพื้นที่จริง เส้นทางขบวนเริ่มต้นจากท่าเรือวัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต และสิ้นสุดที่ท่าเรือวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี การตรวจเส้นทางครั้งนี้ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย การจัดระเบียบพื้นที่ และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
กทม. เตรียมพร้อมรับขบวนเรือพระราชพิธีฯ พร้อมจุดเฝ้าฯ 6 แห่ง
ตลอดเส้นทางขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีสถานที่สำหรับเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จรวม 15 จุด แบ่งเป็นฝั่งพระนคร 7 จุด และฝั่งธนบุรี 8 จุด ขณะที่กรุงเทพมหานครได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานที่และจัดเตรียมที่นั่งสำหรับประชาชนในพื้นที่หลัก 6 จุด เพื่อให้การเข้าร่วมพระราชพิธีเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
- วัดราชาธิวาสวิหาร จุดเริ่มต้นของเส้นทางและหนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับประชาชนที่ต้องการติดตามขบวนเรือ
- สวนสันติชัยปราการ พื้นที่ริมแม่น้ำที่มองเห็นบรรยากาศของขบวนได้อย่างชัดเจน พร้อมที่นั่งรองรับประมาณ 1,500 ที่นั่ง
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งจุดเฝ้าฯ รับเสด็จบริเวณฝั่งพระนคร ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
- ใต้สะพานพระราม 8 รองรับประชาชนได้มากที่สุดประมาณ 4,000 ที่นั่ง และเป็นจุดที่มีพื้นที่เปิดกว้าง
- โรงพยาบาลศิริราช จัดเตรียมพื้นที่ไว้ 2 จุด โดยมีทั้งสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาและพื้นที่โดยรอบ
เช็กจำนวนที่นั่งและพื้นที่รับชมริมเจ้าพระยา
สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กรุงเทพมหานครเตรียมพื้นที่รองรับไว้หลายแห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ ศปท. จำนวน 400 ที่นั่ง สวนสันติชัยปราการ 1,500 ที่นั่ง ใต้สะพานพระราม 8 จำนวน 4,000 ที่นั่ง ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 200 ที่นั่ง สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช 1,000 ที่นั่ง และวัดระฆังโฆสิตาราม จำนวน 300 ที่นั่ง
การจัดสรรพื้นที่ลักษณะนี้ช่วยกระจายประชาชนไปตามจุดต่าง ๆ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ลดความแออัดในบริเวณยอดนิยม และทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถรับชมขบวนได้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรเดินทางไปถึงพื้นที่ล่วงหน้า เตรียมบัตรประจำตัวหรือเอกสารที่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
จอ LED ถ่ายทอดสด 5 จอใน 4 พื้นที่
นอกจากจุดเฝ้าฯ รับเสด็จแล้ว กรุงเทพมหานครยังติดตั้งจอ LED สำหรับถ่ายทอดสดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจำนวน 5 จอ ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ สวนสันติชัยปราการ 2 จอ อุทยานสถานพิมุข โรงพยาบาลศิริราช 1 จอ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ 1 จอ และบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรีอีก 1 จอ
จอถ่ายทอดสดถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกนั่งใกล้แนวแม่น้ำ หรือผู้ที่ต้องการรับชมภาพรวมของขบวนแบบต่อเนื่อง เทคโนโลยีการถ่ายทอดสดยังช่วยให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบมีส่วนร่วมกับงานได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในจุดที่มีคนหนาแน่น ขณะเดียวกัน ผู้ชมควรเคารพพื้นที่ส่วนรวม ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้อื่น และดูแลขยะของตนเอง
ด้านการเตรียมพื้นที่ กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีการประดับผ้าระบาย ธงชาติ และธงตราสัญลักษณ์ รวมถึงทาสีผนังเขื่อน ดูแลความสะอาด จัดเก็บขยะและวัชพืช ตลอดจนวางทุ่นและติดตั้งแพลูกบวบเพื่อป้องกันผักตบชวากีดขวางเส้นทางเสด็จฯ รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนการเตรียมงานที่ให้ความสำคัญทั้งความสวยงาม ความปลอดภัย และความเป็นระเบียบ
สำหรับผู้ติดตามข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือ แนะนำให้ตรวจสอบประกาศจากกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนออกเดินทาง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านเส้นทาง การปิดการจราจร จุดจอดรถ หรือข้อกำหนดในการเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ ควรเตรียมน้ำดื่ม ยาประจำตัว หมวกหรือร่ม และเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สุภาพและเหมาะกับการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
ภาพรวมของการจัดงานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การจัดพระราชพิธีในยุคปัจจุบันผสานการบริหารพื้นที่จริงเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างลงตัว ทั้งจุดเฝ้าฯ รับเสด็จที่กระจายตัว และจอ LED ถ่ายทอดสดที่ช่วยขยายโอกาสการรับชมให้ครอบคลุมมากขึ้น หากตั้งใจเดินทางไปร่วมชม ขอให้วางแผนล่วงหน้า เดินทางด้วยความสุภาพ และติดตามประกาศทางการอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสำคัญอย่างเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
