ใครจะคิดว่าผู้สร้าง My Hero Academia ถนัดสยองขวัญ
แฟนมังงะโชเน็นหลายคนอาจยังรู้สึกใจหายกับการปิดฉากของ My Hero Academia หลังจากเรื่องราวของเหล่าฮีโร่เดินทางมายาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษ ผลงานของโคเฮย์ โฮริโคชิกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่กำหนดทิศทางของมังงะยุคใหม่ และทำให้ผู้อ่านทั่วโลกจดจำลายเส้น ตัวละคร และฉากต่อสู้สุดทรงพลังได้เป็นอย่างดี แต่หลังจากเรื่องหลักจบลง ผู้สร้างคนนี้กลับเลือกเปิดประตูไปสู่แนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยมังงะสยองขวัญเรื่องสั้นชื่อ Quit Laughing, Shijima หรือ “อย่าหัวเราะนะ ชิจิมะ”
ผลงานเรื่องนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ใครจะคิดว่าผู้สร้าง My Hero Academia ถนัดสยองขวัญ ได้ถึงขนาดนี้ เพราะแทนที่จะเล่าเรื่องฮีโร่ พลังพิเศษ หรือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม โฮริโคชิกลับหยิบความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มมาเป็นแกนกลางของเรื่อง ผลลัพธ์คือวันช็อตที่มีทั้งบรรยากาศหลอน ความสัมพันธ์วัยเรียน และประเด็นด้านจิตใจที่ชวนให้คิดต่อหลังอ่านจบ
ใครจะคิดว่าผู้สร้าง My Hero Academia ถนัดสยองขวัญ
Quit Laughing, Shijima เริ่มต้นราวกับมังงะแนวโรแมนติกในโรงเรียนทั่วไป อาซูมิเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบเล่นมุก แต่กลับไม่สามารถทำให้เพื่อนร่วมชั้นหัวเราะได้อย่างที่หวัง ขณะที่ชิจิมะเป็นเด็กสาวร่าเริง ผู้หัวเราะกับทุกคำพูดของเขา ทั้งสองเป็นเพื่อนสมัยเด็กและดูเหมือนจะมีใจให้กัน ทว่าชิจิมะมักใช้มือปิดปากเวลาหัวเราะ เพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นฟันที่ไม่เรียงตัวสวยของเธอ
ความสัมพันธ์ที่ดูน่ารักนี้เริ่มมีบางอย่างผิดปกติ เมื่ออาซูมิสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาปรากฏตัวอยู่รอบเมืองชายทะเล เขาเห็นปีศาจเหล่านี้มานานหลายปี แต่กลับไม่มีใครอื่นแสดงท่าทีประหลาดใจ บางคนอาจมองไม่เห็นสิ่งเดียวกับเขา ขณะที่บางคนอาจรู้ความจริงทั้งหมดแต่เลือกทำเป็นไม่รับรู้ เมืองแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความลับที่อันตรายกว่าที่เด็กหนุ่มคาดคิด
ในเวลาต่อมา อาซูมิพบว่าชาวเมืองเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์ พวกเขาพยายามเอาใจเทพเจ้าหรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่คอยเฝ้ามองเมืองแห่งนี้ และชิจิมะอาจเป็นผู้ถูกเลือกคนต่อไป เมื่อสิ่งลึกลับเริ่มติดตามเธอ อาซูมิจึงตัดสินใจกระโจนเข้าไปช่วย แม้เจ้าตัวจะไม่ต้องการให้ใครมาช่วยก็ตาม จุดนี้ทำให้เรื่องเปลี่ยนจากโรแมนติกวัยเรียนเป็นสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่กดดันขึ้นเรื่อย ๆ
รอยยิ้มที่ไม่ได้หมายถึงความสุข
จุดเด่นที่สุดของเรื่องคือการนำ “รอยยิ้ม” ซึ่งเป็นภาพจำสำคัญจากผลงานเดิมของโฮริโคชิมาตีความใหม่ ใน My Hero Academia รอยยิ้มของออลไมท์สื่อถึงความหวังและความมั่นใจ เมื่อเขาปรากฏตัว ผู้คนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ใน Quit Laughing, Shijima รอยยิ้มกลับกลายเป็นหน้ากากที่ใช้ปกปิดความกลัว ความอับอาย และความเจ็บปวดภายใน
ชิจิมะได้รับการมองจากคนรอบตัวว่าเป็นเด็กสาวที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนชื่นชอบเสียงหัวเราะและบุคลิกสดใสของเธอ แต่ความจริงคือเธอต้องควบคุมตัวเองตลอดเวลา การปิดปากหัวเราะไม่ได้เป็นเพียงนิสัยน่ารัก หากเป็นเกราะป้องกันสายตาและคำตัดสินจากสังคม เธอกลัวว่าทันทีที่เปิดเผยฟันของตนเอง ผู้คนจะเปลี่ยนท่าทีและไม่ยอมรับเธออีกต่อไป
แนวคิดนี้ทำให้ความสยองขวัญในเรื่องไม่ได้มาจากปีศาจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงกดดันของการต้องแสดงตัวตนที่ไม่ใช่ตัวเองด้วย ชิจิมะต้องยิ้มเพื่อให้คนอื่นสบายใจ ต้องหัวเราะเพื่อรักษาภาพลักษณ์ และต้องซ่อนความจริงเพื่อเอาตัวรอด แม้กระทั่งการเป็นที่รักของคนทั้งเมืองก็อาจมีเหตุผลที่น่ากลัวกว่าที่คิด
ศิลปะของโฮริโคชิกับการออกแบบสิ่งมีชีวิต
หลังจาก My Hero Academia จบลง ลายเส้นของโฮริโคชิดูมีอิสระและละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตารางการตีพิมพ์รายสัปดาห์ที่เคยบีบให้เขาต้องเร่งทำงานไม่ใช่ข้อจำกัดเดียวกันในวันช็อตเรื่องนี้ ผลงานจึงมีพื้นที่ให้เขาออกแบบสัตว์ประหลาด ฉากมืด และสีหน้าที่ชวนไม่สบายใจได้เต็มที่
สิ่งมีชีวิตในเรื่องไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความเท่แบบตัวละครฮีโร่ แต่มีรูปร่างผิดธรรมชาติและชวนให้รู้สึกว่ามนุษย์ไม่ควรเข้าใกล้ การปรากฏตัวของพวกมันทำให้เมืองที่ดูเงียบสงบกลายเป็นสถานที่อันตราย ส่วนการจัดวางภาพและจังหวะการเปิดเผยข้อมูลช่วยสร้างความกังวลได้ดี โฮริโคชิใช้ความสามารถด้านการวาดรอยยิ้มและใบหน้าตัวละครมาทำให้สิ่งคุ้นเคยกลายเป็นสิ่งน่ากลัว
- บรรยากาศ: เมืองชายทะเลที่ดูธรรมดาค่อย ๆ เผยด้านมืดออกมา
- ตัวละคร: รอยยิ้มของชิจิมะซ่อนความกลัวและแรงกดดันเอาไว้
- สัตว์ประหลาด: การออกแบบมีเอกลักษณ์และช่วยยกระดับความหลอน
- ประเด็นหลัก: เรื่องตั้งคำถามถึงการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก
เสน่ห์อีกอย่างของวันช็อตคือการเปิดโอกาสให้ผู้เขียนทดลองไอเดียใหม่โดยไม่ต้องผูกพันกับเรื่องยาวหลายร้อยตอน บางครั้งงานประเภทนี้เป็นเพียงเรื่องสั้นที่สร้างความสนุก แต่บางครั้งก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาลใหม่ เช่นเดียวกับผลงานวันช็อตของนักเขียนมังงะชื่อดังหลายคนที่ต่อยอดไปเป็นเรื่องใหญ่ได้
สำหรับโฮริโคชิ เรื่องนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนการกลับไปสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับตัวละครที่ซ่อนความเศร้าไว้หลังสีหน้าสดใส คล้ายกับบางมิติของโทกะ ฮิมิโกะจาก My Hero Academia เพียงแต่ครั้งนี้เขานำแนวคิดดังกล่าวไปวางไว้ในโลกของพิธีกรรม ความเชื่อ และความสยองขวัญอย่างเต็มตัว จึงทำให้ผู้อ่านเห็นพัฒนาการและความกล้าทดลองของผู้สร้างได้ชัดเจน
ท้ายที่สุด ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่า Quit Laughing, Shijima จะได้กลายเป็นซีรีส์เต็มรูปแบบหรือไม่ แต่ตอนจบที่ทิ้งช่องว่างเอาไว้ทำให้ความเป็นไปได้นั้นยังไม่ถูกปิดลง หากโฮริโคชิเลือกเดินหน้ากับแนวสยองขวัญจริง เขาก็มีทั้งทักษะการเล่าเรื่อง การออกแบบตัวละคร และความเข้าใจในความหวาดกลัวของมนุษย์มากพอที่จะสร้างผลงานที่น่าจดจำได้ ดังนั้นคำตอบของคำถาม ใครจะคิดว่าผู้สร้าง My Hero Academia ถนัดสยองขวัญ ก็คือ เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้ว แฟน ๆ อาจไม่แปลกใจอีกต่อไป
ถ้าคุณชอบมังงะที่ใช้ภาพสวย ๆ เล่าเรื่องความกลัวที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน วันช็อตเรื่องนี้ควรอยู่ในลิสต์ที่ต้องอ่าน และหวังว่าโฮริโคชิจะกลับมาสำรวจโลกสยองขวัญอีกครั้งในอนาคต
ที่มา – Who Would Have Thought the Creator of ‘My Hero Academia’ Had a Knack for Horror?
