โรคทำลายดาวทะเลลึกลับสังหารพันล้านตัว สุดท้ายนักชีววิทยาไขคดีได้
โรคทำลายดาวทะเล: ปริศนาทางทะเลที่ถูกเปิดโปง
คดีสังหารหมู่ดาวทะเลลึกลับที่ทำให้สัตว์โบราณนับพันล้านตัวเสียชีวิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้ถูกไขความลับโดยทีมนักวิทยาศาสตร์สหรัฐและแคนาดาแล้ว ในที่สุดก็ได้รู้ว่าแม่สลายตายหายนี้ไม่ใช่ไวรัสอย่างที่สงสัย แต่เป็น Vibrio pectenicida แบคทีเรียน้องเหมือนเชื้อโคล่าร์ ที่สร้างโรคดาวทะเลเน่าละลาย (SSWD) ซึ่งเหยื่อเคราะห์ร้ายมักจะเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน
เบื้องหลังการสังหารทางทะเล
เหตุการณ์ระบาดใหญ่ครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2013 ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกอเมริกาเหนือ ตั้งแต่อลาสก้าจนถึงเม็กซิโก สร้างความเสียหายต่อประชากรดาวทะเลมากกว่า 20 สายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตที่ติดเชื้อจะเริ่มมีอาการเป็นแผลพุพองบนผิวหนัง ก่อนเนื้อเยื่อจะผุพังลงเป็นอัศจรรย์ในการกลืนดาวทะเลทั้งตัวให้หายวับไปจากโลกใต้ทะเล
หลักฐานที่บ่งชี้ตัวฆาตกร
ทีมนักวิจัยได้รวบรวมตัวอย่างดาวทะเลทั้งป่วยและแข็งแรง พบว่า жидкติภายในร่างกาย (คล้ายเลือดของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง) ของดาวทะเลที่ติดโรคทำลายตัวเองมี Vibrio pectenicida อยู่ในปริมาณมหาศาล การทดลองเพาะเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจากตัวอย่างจริง โดยนำมาใช้ทดสอบกับดาวทะเลที่แข็งแรง ก็ได้ผลให้เห็นโรคระบาดที่เหมือนกัน
แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าเชื้อโรคทำลายดาวทะเลระบาดออกมาได้อย่างไร แต่นักวิจัยเชื่อว่าอาจจอกระบวนการถ่ายโอนผ่านอาหารหรือทางสัมผัส เชื้อ Vibrio ทั่วไปมักชอบน้ำอุ่น โดยเฉพาะเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปตามภาวะโลกร้อน เชื้ออาจกระเตื้องขึ้นมารุกรานดาวทะเลได้
แนวรับมือหลังรู้ต้นตอ
ผลการวิจัยนี้กำลังเปิดโอกาสใหม่สำหรับการอนุรักษ์ เช่น การค้นหาแบคทีเรียกลายพันธุ์ที่ต้านทาน โรคทำลายดาวทะเล ได้ เพื่อเลี้ยงและผสมพันธุ์ในสถานที่ควบคุมก่อนนำกลับไปสู่ธรรมชาติ หรือแม้แต่การสร้างพื้นที่อนุรักษ์เฉพาะเพื่อลดการสัมผัสปัจจัยเสี่ยง
แม้อนาคตของดาวทะเลยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่การเปิดโปงต้นตอนี้ก็นับเป็นความหวังสำคัญที่จะจัดการเเหตุการณ์ระบาดซ้ำในอนาคต การปกป้องสัตว์ประหลาดเล็กๆ เหล่านี้ ไม่เพียงกักหน่วงประชากรเม่นทะเลไม่ให้ทำลายป่าสาหร่ายก้นทะเลให้สูญสลาย แต่ยังเป็นการรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเลที่เราทุกคนล้วนพึ่งพากัน