‘โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากเจ้าของร้านถึงคนรักหนังสือ
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักอ่านทุกท่าน วันนี้ผมขอพาทุกท่านมาพบกับเรื่องราวที่สะเทือนใจคนรักหนังสือไม่น้อยเลยครับ ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วมใหญ่ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ได้มีแค่คราบโคลน แต่ยังมีความเสียหายที่ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหนึ่งนามว่า ‘ชอบอ่านจัง ร้านหนังสือตามสั่ง’ ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่อบอวลไปด้วยความรักในตัวอักษร
ร้านหนังสือการ์ตูนและวรรณกรรมแห่งนี้อยู่คู่เมืองหาดใหญ่มานานกว่า 14 ปี ต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างหนัก หนังสือนับหมื่นเล่มที่เปรียบเสมือนเพื่อนและครูถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาทเลยทีเดียว
ชัยณรงค์ ฉัตรศิริเวช เจ้าของร้านที่อยู่ในวงการหนังสือมานานกว่า 30 ปี เล่าว่า เขามักจะเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โดยการขนหนังสือขึ้นไปไว้ชั้น 2 แต่ปีนี้น้ำมาเร็วและแรงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ วินาทีที่เขาและภรรยาฝ่ากระแสน้ำมาถึงหน้าร้าน พบว่าน้ำได้ไหลบ่าเข้าไปเต็มพื้นที่อย่างรวดเร็ว การตัดสินใจทิ้งร้านหนังสือที่รักจึงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาชีวิต แม้แต่รถยนต์และบ้านพักส่วนตัวก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน
หลังจากน้ำลด สิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่าในหัวใจ ชัยณรงค์เล่าถึงวินาทีแรกที่กลับเข้าไปในร้านว่า “มันตื้อ มันคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน” ความรู้สึกของคนทำร้านหนังสือเมื่อเห็นหนังสือที่เคยพลิกอ่านบวมพอง หมึกจางหาย ปกหนังสือเปรอะเปื้อนโคลน เป็นความเจ็บปวดที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงและลูกค้าประจำ ทำให้เขามีกำลังใจในการกู้ชีพหนังสือเหล่านี้ออกมา
‘โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากหัวใจ
ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ร้านชอบอ่านจังไม่ได้เป็นแค่ร้านขายหนังสือ แต่เป็นเหมือนโรงบ่มเพาะความฝัน “ร้านนี้ได้สร้างนักอ่านหลายคนในหาดใหญ่ สร้างนักแปล เติมความฝันให้หลายคนที่อยากเป็นนักเขียน และจนทุกวันนี้พวกเขาก็ทำสำเร็จ” ชัยณรงค์กล่าว ความเจ็บปวดที่สุดของเจ้าของร้านไม่ใช่การขาดทุน แต่เป็นการเห็นหนังสือเหล่านี้ต้องกลายเป็นขยะที่รอรถเทศบาลมาเก็บไปเผาทิ้ง เขาจึงส่งเสียงจากหัวใจถึงนักอ่านทุกคนว่า ‘โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’
แม้หนังสือจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนเดิม ไม่สามารถนำมาขายในราคาปกติได้ แต่คุณค่าของเรื่องราวข้างในยังคงอยู่ เขาจึงอยากส่งต่อหนังสือเหล่านี้ให้กับผู้ที่เห็นคุณค่า ให้หนังสือได้กลับไปทำหน้าที่ของมันในบ้านของใครสักคน ดีกว่าต้องจบชีวิตลงในกองเพลิง แม้ว่าอนาคตของร้านยังไม่แน่นอน แต่จิตวิญญาณของคนทำหนังสือยังคงอยู่ ชัยณรงค์ทิ้งท้ายว่าการเปิดร้านต่อนั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่สิ่งที่เขาอยากทำตอนนี้คือการปรึกษากับสำนักพิมพ์และนักเขียน เพื่อหาทางนำพาร้านหนังสือแห่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แล้วเราจะช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลนได้อย่างไร?
สถานการณ์ที่ร้านชอบอ่านจังเผชิญอยู่ เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่งสำหรับคนรักหนังสือทุกคน ผมเชื่อว่าหลายท่านคงรู้สึกเหมือนกันว่าอยากจะช่วยเหลือร้านหนังสือแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบริจาคหนังสือ การช่วยกันประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่การเข้าไปให้กำลังใจเจ้าของร้าน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยเติมพลังใจให้กับคนที่รักหนังสือและต้องการส่งต่อความรู้ให้กับผู้อื่นได้
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่ไม่คาดฝัน การวางแผนป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจของเรา การมีประกันภัยที่ครอบคลุม และการสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในชุมชน ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
ผมมองว่าเรื่องราวของร้านชอบอ่านจังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นคุณค่าของหนังสือและความสำคัญของร้านหนังสือในฐานะที่เป็นแหล่งความรู้และแรงบันดาลใจ การสนับสนุนร้านหนังสืออิสระเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไปจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ส่งต่อความรู้และความสุขให้กับคนรุ่นหลังต่อไปได้
สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับคุณชัยณรงค์และร้านชอบอ่านจัง ขอให้ร้านหนังสือแห่งนี้กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในเร็ววัน และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันส่งกำลังใจและสนับสนุนร้านหนังสืออิสระทั่วประเทศ เพื่อให้ร้านหนังสือเหล่านี้ยังคงอยู่เป็นเพื่อนคู่คิดของพวกเราตลอดไปครับ อย่าลืมว่า แม้หน้ากระดาษจะเปื้อนโคลน แต่คุณค่าของเรื่องราวข้างในยังคงอยู่เสมอ ‘โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’
ที่มา – ’โปรดพาพวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา’ คำขอจากเจ้าของร้านถึงคนรักหนังสือ ช่วยกู้ชีพหน้ากระดาษที่เปื้อนโคลน