โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้มีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อมีการพูดถึงกรณีเจ้าของบ้านใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกจนเสียชีวิต วันนี้ผมเลยอยากนำข้อมูลที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่และสิทธิของตัวเองกันให้มากขึ้นครับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพอมีคนบุกรุกแล้วยิงป้องกันตัว ตำรวจถึงยังต้องเข้ามาสอบสวนให้วุ่นวาย หลายคนมองว่าเป็นการปรักปรำเจ้าของบ้านหรือเปล่า? จริงๆ แล้วขั้นตอนของตำรวจคือการรวบรวมพยานหลักฐานครับ ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม หรือผลนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อให้ทราบว่าเหตุการณ์ ณ วินาทีนั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ได้หมายความว่าตำรวจสรุปไปแล้วว่าเราผิดครับ

โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ

ตามกฎหมายไทยโดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ได้ระบุไว้ชัดเจนเรื่องการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ ความพอสมควรแก่เหตุ ครับ หากเราเจอภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวและเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย เรามีสิทธิป้องกันตัวได้เต็มที่ แต่ถ้าเหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว หรือภัยนั้นจบลงแล้ว แต่เรายังตามไปทำร้ายต่อ หรือใช้กำลังเกินกว่าที่เหตุการณ์จะบังคับ อันนี้แหละครับที่อาจจะเข้าข่ายกฎหมายมาตรา 69 ที่ศาลต้องพิจารณาพฤติการณ์เป็นกรณีไป

เรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าบุกรุกแล้วยิงได้ทุกคน หรือยิงแล้วผิดทุกคน เพราะตำรวจไม่ได้มองแค่ว่า “เหตุเกิดในบ้าน” หรือ “นอกบ้าน” แต่จะดูที่เจตนาและสถานการณ์หน้างานว่าผู้บุกรุกมีท่าทีคุกคามเพียงใด เช่น บุกเข้ามาตอนกลางคืน พกอาวุธ หรือพยายามประชิดตัวจนเราเชื่อได้ว่าชีวิตเรากำลังตกอยู่ในอันตรายจริงๆ แบบนี้กฎหมายย่อมคุ้มครองสิทธิในการป้องกันตัวของประชาชนอย่างแน่นอนครับ

ทำไมเราถึงต้องเข้าใจข้อกฎหมายนี้ให้ถูกต้อง

ผมมองว่าการที่ โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เราตระหนักว่า กฎหมายไม่ได้เป็นศัตรูกับคนสุจริต แต่เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบพฤติการณ์เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุดครับ ดังนั้นเราควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านให้รัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจในวินาทีเสี่ยงตายเหล่านั้น

สรุปสั้นๆ คือ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไปหากตำรวจต้องเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เพราะเป็นขั้นตอนมาตรฐานทางคดีอาญา หน้าที่ของเราในฐานะเจ้าของบ้านคือการเตรียมหลักฐานให้พร้อม ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ใจ และที่สำคัญที่สุดคือต้องรู้จักขอบเขตของการป้องกันตัวตามกฎหมายไว้ด้วยครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ การติดกล้องวงจรปิดหรือระบบเตือนภัยที่มีคุณภาพ ถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดที่ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของเราได้ดีที่สุดในอนาคตครับ

ที่มา – โฆษก ตร. แจงข้อกฎหมายยิงผู้บุกรุกเข้าบ้าน ย้ำสิทธิป้องกันตัวต้องพอสมควรแก่เหตุ ชี้ตำรวจสอบสวนไม่ได้แปลว่าปรักปรำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *