แม่กุญแจนักลักลอบขนของล็อก 400 ปี นักวิทย์ถอดรหัสได้

แม่กุญแจนักลักลอบขนของล็อก 400 ปี นักวิทย์ถอดรหัสได้ กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุดในช่วงที่ผ่านมา เพราะนักวิจัยสามารถเปิดแม่กุญแจทองเหลืองโบราณได้สำเร็จ โดยไม่ต้องงัดแงะหรือทำลายวัตถุอันล้ำค่า กุญแจชิ้นนี้จมอยู่กับเรือสินค้า Ann Francis นานกว่า 400 ปี และยังคงมีกลไกการทำงานที่สมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ

แม่กุญแจนักลักลอบขนของล็อก 400 ปี นักวิทย์ถอดรหัสได้

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 1583 เมื่อเรือสินค้า Ann Francis ประสบพายุและอับปางใกล้เมืองพอร์ตทัลบอต ประเทศเวลส์ เรือบรรทุกสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน เข็มทิศ อาวุธ และแม่กุญแจหลายดอก หนึ่งในนั้นคือแม่กุญแจทองเหลืองที่ได้รับการเก็บรักษาอย่างดีจนผู้เชี่ยวชาญสงสัยว่า อาจยังเปิดได้เหมือนตอนที่ถูกใช้งานในอดีต

ทีมนักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ Amgueddfa Cymru–Museum Wales และมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์จึงตัดสินใจตรวจสอบวัตถุชิ้นนี้อย่างละเอียด แทนที่จะทดลองหมุนวงแหวนซ้ำ ๆ พวกเขาใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan เพื่อมองเข้าไปภายใน โดยไม่ต้องผ่าหรือทำลายแม่กุญแจ ผลการสแกนเผยให้เห็นชิ้นส่วนภายในที่ยังอยู่ในสภาพดี รวมถึงวงแหวนหมุน 4 วง ซึ่งแต่ละวงมีร่องและซี่สำหรับกำหนดรหัส

แม่กุญแจนักลักลอบขนของล็อก 400 ปี นักวิทย์ถอดรหัสได้อย่างไร

จากภาพ CT Scan นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ตำแหน่งของกลไกและคาดเดาตัวอักษรที่ถูกต้องได้ การตรวจสอบนำไปสู่รหัส 4 ตัวอักษร ได้แก่ A, N, C และ E เมื่อนำตัวอักษรเหล่านี้มาเรียงให้ตรงกัน วงแหวนของแม่กุญแจก็คลายตัว และกุญแจที่เต็มไปด้วยคราบดินทรายสามารถหลุดออกมาได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษ

อเลสเตอร์ วิลลิส ภัณฑารักษ์อาวุโสด้านเหรียญและเศรษฐกิจเวลส์ เล่าว่า ทีมงานต้องลองอยู่หลายครั้งกว่าจะมั่นใจว่ารหัสนี้ถูกต้อง แต่เมื่อเรียงตัวอักษรครบทั้งสี่ตัว พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าแม่กุญแจคลายตัวและทำงานตามกลไกเดิม เหตุการณ์นี้ไม่เพียงพิสูจน์ว่าอุปกรณ์โบราณยังเปิดได้ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าช่างฝีมือในยุคเอลิซาเบธสามารถสร้างกลไกล็อกที่ทนทานมาก

เบื้องหลังเรือสินค้าและเจ้าของที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้า

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่า Ann Francis เป็นเรือของพ่อค้าคู่พ่อลูกที่ชื่อฟรานซิส แช็กซ์ตันเหมือนกันทั้งสองคน พวกเขาอาศัยอยู่ที่เมืองคิงส์ลินน์ ประเทศอังกฤษ และถูกกล่าวหาว่าเป็นนักลักลอบขนสินค้าที่มีชื่อเสียง เรือเดินทางไปสเปนเพื่อขายหรืออาจลักลอบขนเมล็ดธัญพืชและสินค้าประเภทอื่น ก่อนมุ่งหน้ากลับอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม เจ้าของเรืออ้างว่าเรือกำลังเดินทางกลับจากฮาร์ตเทิลพูล สินค้าที่พบในซากเรือกลับทำให้เรื่องราวซับซ้อนขึ้น เพราะมีเงินตราจากหลายประเทศ เช่น เหรียญทาเลอร์จากเยอรมนี เหรียญเงินจากสเปนและเม็กซิโก รวมถึงเหรียญทองจากโปรตุเกส ความหลากหลายของสกุลเงินเหล่านี้สอดคล้องกับเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และอาจสะท้อนกิจกรรมที่ไม่โปร่งใสของเจ้าของเรือ

หลังเรืออับปาง สินค้าบางส่วนถูกชาวบ้านเก็บไปจากชายหาดมาร์แกม ต่อมาเจ้าของที่ดินในพื้นที่ได้สั่งให้มีการทำบัญชีทรัพย์สินจากซากเรือ เอกสารศาลในยุคนั้นยังชี้ให้เห็นว่ามีข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างแช็กซ์ตันผู้เป็นลูก ชาวบ้านที่เก็บของได้ และเจ้าของที่ดิน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ซากเรือ Ann Francis กลายเป็นหลักฐานสำคัญของทั้งประวัติศาสตร์การค้าและกฎหมายทางทะเล

การค้นพบสมบัติอีกครั้งหลังผ่านไปหลายร้อยปี

เรื่องราวของเรือไม่ได้จบลงหลังจากอับปาง ในปี ค.ศ. 1996 นักตรวจจับโลหะชื่อปีเตอร์ ฮิวจส์ค้นพบสินค้าที่สูญหายบริเวณชายฝั่ง และใช้เวลาระหว่างปี 1996 ถึง 2017 ค่อย ๆ กู้คืนสิ่งของจากพื้นที่ดังกล่าว เขาพบเหรียญทองและเหรียญเงินประมาณ 870 เหรียญ รวมถึงของใช้ส่วนตัว เครื่องครัว และวัตถุจากเรืออีกหลายชนิด ก่อนแจ้งให้พิพิธภัณฑ์ Amgueddfa Cymru รับทราบ

แม่กุญแจที่ถอดรหัสได้ไม่ใช่แม่กุญแจเพียงดอกเดียวในคอลเลกชัน แต่ชิ้นอื่น ๆ ส่วนใหญ่แตกหัก ผุกร่อน หรือมีตัวอักษรหายไป จึงไม่สามารถทดลองเปิดได้อย่างปลอดภัย ชิ้นที่ค้นพบว่ายังมีวงแหวนและตัวอักษรครบจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ นักวิจัยมองว่าแม่กุญแจอาจใช้ล็อกหีบขนาดเล็กที่บรรจุของมีค่า เนื่องจากพบใกล้เหรียญเงินสเปนและตุ้มน้ำหนักสำหรับชั่งเหรียญ

  • อายุของแม่กุญแจ: มากกว่า 400 ปี และอยู่ในช่วงยุคเอลิซาเบธ
  • วัสดุหลัก: ทองเหลือง ซึ่งยังคงรักษารูปทรงเดิมไว้ได้ดี
  • จำนวนวงแหวน: 4 วง พร้อมตัวอักษรสำหรับตั้งรหัส
  • รหัสที่ค้นพบ: A, N, C และ E
  • เทคโนโลยีที่ใช้: CT Scan เพื่อสำรวจโครงสร้างภายในโดยไม่ทำลายวัตถุ

เทคโนโลยีช่วยอนุรักษ์วัตถุโบราณ

แม้แม่กุญแจจะยังหมุนได้ แต่ภายในมีเศษดินและกรวดสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก การหมุนวงแหวนซ้ำหลายร้อยครั้งอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในสึกหรอหรือแตกหัก ทีมงานจึงไม่ต้องการใช้วิธีลองรหัสแบบสุ่ม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างถาวร การร่วมมือกับเดวิด วิลเลียมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวกลศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ช่วยให้พวกเขาเลือกใช้วิธีตรวจภาพภายในอย่างเป็นระบบ

ในตอนแรก นักวิจัยยังไม่แน่ใจว่า CT Scan จะเห็นรายละเอียดมากพอหรือไม่ พวกเขากังวลว่าอาจเห็นเพียงวัตถุสีเทาที่แยกชิ้นส่วนไม่ได้ แต่ภาพที่ได้กลับชัดเจนเกินคาด โครงสร้างของวงแหวน ร่อง และฟันกลไกปรากฏขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้สามารถคำนวณและระบุรหัสที่เป็นไปได้โดยไม่ต้องทำลายพื้นผิวด้านนอก

การเปิดแม่กุญแจยังมีประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ด้วย เพราะหากเศษดินถูกขังอยู่ภายในเป็นเวลานาน มันอาจเร่งการเสื่อมสภาพของโลหะ การปลดล็อกจึงช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบ ทำความสะอาด และเก็บรักษาชิ้นส่วนได้ดีขึ้น กรณีนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงค้นหาคำตอบ แต่ยังช่วยปกป้องมรดกจากอดีตให้คงอยู่ต่อไป

บทเรียนจากแม่กุญแจปริศนา

ปีเตอร์ ฮิวจส์ ผู้ค้นพบซากสินค้า เคยพยายามหารหัสด้วยตัวเองและลองหมุนแม่กุญแจหลายร้อยครั้งแต่ไม่สำเร็จ เมื่อได้เห็นผู้เชี่ยวชาญใช้วิทยาศาสตร์ช่วยเปิดมัน เขายอมรับอย่างอารมณ์ดีว่า เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้ามารับช่วงต่อในสิ่งที่เขาทำไม่สำเร็จ เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าการค้นพบทางโบราณคดีมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักสะสม นักประวัติศาสตร์ ภัณฑารักษ์ และนักวิทยาศาสตร์

แม่กุญแจนักลักลอบขนของล็อก 400 ปี นักวิทย์ถอดรหัสได้ จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวเกี่ยวกับการเปิดวัตถุโบราณหนึ่งชิ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างที่เผยให้เห็นชีวิตของพ่อค้า เส้นทางการค้า ความขัดแย้งทางกฎหมาย และนวัตกรรมของช่างฝีมือในอดีต หากมีวัตถุโบราณที่ดูเหมือนเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ เทคโนโลยีที่เหมาะสมอาจช่วยเปิดเผยความลับโดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทำลายหลักฐาน

เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์และการตั้งคำถามกับสิ่งของรอบตัว บางครั้งแม่กุญแจเก่าที่ดูธรรมดาอาจซ่อนเรื่องราวของการเดินทาง การค้า และผู้คนจากอดีตไว้มากมาย หากคุณชื่นชอบประวัติศาสตร์ ลองติดตามการค้นพบทางโบราณคดีต่อไป เพราะวัตถุชิ้นต่อไปอาจกำลังรอให้เทคโนโลยีช่วยไขความลับอยู่ก็ได้

ที่มา – A Smugglers’ Padlock Stayed Locked for 400 Years—and Scientists Just Cracked Its Code

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *