แผนยุทธศาสตร์ AI ของ Google ในตัวเลขเดียว: พันล้านเพื่ออนาคต

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แอลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของ Google ได้เผยผลประกอบการรายไตรมาสที่โดดเด่น โดยมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในธุรกิจ Search, YouTube และ Google Cloud แต่หากมองลึกลงไปภายใต้ตัวเลขรายได้ที่สดใส เรื่องราวสำคัญที่แฝงอยู่คือ “85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” – หรือราว 3 ล้านล้านบาท

แผนยุทธศาสตร์ AI ของ Google ในตัวเลขเดียว

จำนวนนี้คืองบลงทุนด้านทุน (capex) ที่ Google ตั้งไว้สำหรับปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10,000 ล้านดอลลาร์จากประมาณการเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ นี่ไม่ใช่การใช้จ่ายทั่วไป แต่เป็นการลงทุนอย่างมหาศาลในการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ” ของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มตั้งแต่การสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ ปรับเร่งความเร็วการก่อสร้าง ไปจนถึงการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์พิเศษนับหมื่นเครื่องและชิปแบบเฉพาะตัวที่ออกแบบเอง

ที่ Google ลงทุนขนาดนี้ เพราะพวกเขารู้ดีว่า ความต้องการใช้งาน AI กำลังพุ่งสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ซีอีโอ Sundar Pichai เผยว่า ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบบของ Google ประมวลผล “โทเคน” หรือหน่วยข้อมูลพื้นฐานของ AI ไปแล้วถึง 480 ล้านล้านโทเคน และเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ตัวเลขนี้พุ่งสูงเป็นกว่า 980 ล้านล้านโทเคนต่อเดือน

ความต้องการที่พุ่งแรง ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

ทุกคำสั่งซักถามใน Gemini ทุกภาพที่สร้างด้วย AI หรือเอกสารที่ถูกสรุปอัตโนมัติ ล้วนกินพลังงานการประมวลผลมหาศาล CFO Anat Ashkenazi อธิบายระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ว่า การเพิ่มงบลงทุนครั้งนี้มาจาก “การลงทุนเพิ่มในเซิร์ฟเวอร์ การเร่งรอบการส่งมอบ และการเพิ่มความเร็วในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าขนาดใหญ่ใน Google Cloud”

สิ่งที่ทำให้ Google แตกต่างจากคู่แข่งใน “ยุคสงครามโครงสร้างพื้นฐาน” นี้ คือการที่บริษัทควบคุมทั้ง “ไส้ใน” และ “โครงสร้างนอก” แบบครบวงจร หรือที่ Pichai เรียกว่า “แนวทางเต็มรูปแบบ” (full-stack approach) ทั้งออกแบบโมเดล AI ขั้นสูงสุด และผลิตชิปเฉพาะทางอย่าง Tensor Processing Units (TPUs) ที่เร็วและประหยัดต้นทุนกว่าใช้ชิปทั่วไปจากคู่แข่ง

แผนยุทธศาสตร์ AI ของ Google ในตัวเลขเดียว ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี

การครอบครองระบบทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนการ “มีโรงงานเป็นของตัวเอง” ขณะที่บริษัทอื่นต้องเช่าเซิร์ฟเวอร์จากภายนอก นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ยูนิคอร์นด้าน Gen AI ส่วนใหญ่จึงใช้ Google Cloud” และแม้แต่ห้องวิจัยชั้นนำอย่าง OpenAI ก็เลือกใช้ TPU ของ Google เพื่อฝึกโมเดลของตัวเอง ซึ่งแหล่งข่าวจาก Gizmodo ระบุว่า OpenAI เริ่มวางระบบให้ ChatGPT วิ่งบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google

  • Google ลงทุน 85,000 ล้านดอลลาร์เพื่อโครงสร้างพื้นฐาน AI
  • การประมวลผลโทเคนเพิ่มจาก 480 ล้านล้าน เป็นเกือบ 1,000 ล้านล้านต่อเดือน
  • ควบคุมทั้งโมเดล AI และชิปเอง ได้เปรียบด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ
  • ศูนย์ข้อมูลและ TPU เป็น “ป้อมปราการ” ทางการแข่งขัน
  • แม้ใช้งบมหาศาล Google ยังเดินสายเร่งขยาย เพราะอุปสงค์ยังสูงกว่าอุปทานถึงปี 2026

แผนยุทธศาสตร์ AI ของ Google ในตัวเลขเดียว ไม่ใช่แค่การตอบสนองความต้องการชั่วคราว แต่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อครอบครอง “ชั้นพื้นฐาน” ของยุคคอมพิวเตอร์หน้า – เหมือนการสร้างถนน ระบบไฟฟ้า และโรงงานในโลกดิจิทัล หากแผนนี้สำเร็จ บริษัทใด ๆ ที่ต้องการพัฒนาแอป AI ระดับใหญ่ จะแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้อง “วิ่งบนโครงข่ายของ Google”

ถึงแม้จะใช้เงินหนักแค่ไหน Google เองก็ยังย้ำว่า “เราจะอยู่ในสภาวะอุปทานไม่ทันอุปสงค์ต่อไปจนถึงปี 2026” นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า สงคราม AI ไม่ได้ตัดสินที่ความฉลาดของโค้ด แต่ที่ “ซิลิคอน เส้นใยแก้วนำแสง และคอนกรีต”

ข้อความชัดเจนแล้ว: อนาคตของ AI ต้องใช้ทุนจริง โครงสร้างจริง และการลงทุนที่ไม่ลังเล ผู้นำที่จะยืนอยู่แถวหน้า ต้องเป็นผู้ที่กล้าสร้าง “แผ่นดิน” ทั้งใบด้วยตัวเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *