แผนจดจำใบหน้าในแว่นตาอัจฉริยะของ Meta แย่กว่าที่คิด
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับความล้ำสมัยของแว่นตาอัจฉริยะจาก Meta ที่ร่วมมือกับแบรนด์ดังอย่าง Ray-Ban หรือ Oakley มาบ้างแล้ว แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าเทคโนโลยีนี้กำลังแฝงไปด้วยความน่ากังวล เมื่อมีรายงานว่า Meta กำลังซุ่มพัฒนาฟีเจอร์จดจำใบหน้า ซึ่งเรียกกันภายในว่า “NameTag” ไว้สำหรับใช้งานบนแว่นตาเหล่านี้โดยเฉพาะ
แผนจดจำใบหน้าในแว่นตาอัจฉริยะของ Meta แย่กว่าที่คิด
เหตุผลที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เพราะมีการตรวจพบโค้ดในแอปพลิเคชัน Meta AI ที่บ่งชี้ว่าระบบนี้อาจถูกนำมาใช้จริงในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าทาง Meta จะเคยออกมาชี้แจงว่าบริษัทตระหนักถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวและจะใช้แนวทางที่รอบคอบในการพัฒนาฟีเจอร์นี้ แต่ดูเหมือนว่าหลักฐานจากโค้ดที่พบกลับบอกเลิกคนละเรื่องกันเลยครับ
สำรวจอันตรายเบื้องหลังแผนจดจำใบหน้าในแว่นตาอัจฉริยะของ Meta
จากการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย พบว่าระบบนี้ทำงานได้มากกว่าที่เราคาดไว้ โค้ดดังกล่าวไม่ได้แค่จับภาพใบหน้าเท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถในการ:
- สร้าง “ลายพิมพ์ใบหน้า” (Biometric Signatures) ของผู้คนที่ถูกกล้องจดจำ
- นำลายพิมพ์เหล่านี้ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลในอุปกรณ์ของผู้ใช้
- แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบตัวบุคคลที่อยู่ในระบบ
- จัดเก็บใบหน้าที่ยังไม่รู้จักลงในโฟลเดอร์สำหรับตรวจสอบในภายหลัง
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมนี้ดี เพราะ Meta เคยมีประวัติการเก็บข้อมูลใบหน้าผู้ใช้นับพันล้านคนบน Facebook จนนำไปสู่การฟ้องร้องครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และถึงแม้บริษัทจะอ้างว่าไม่ได้สร้างฐานข้อมูลใบหน้ารวมจากส่วนกลาง แต่การที่ข้อมูลถูกดึงไปเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ผ่านแว่นตา ก็ยังคงเป็นคำถามที่น่ากังวลว่า “ความเป็นส่วนตัว” ของคนรอบข้างจะเหลืออยู่เท่าไหร่ในวันที่ใครๆ ก็สามารถมองผ่านเลนส์แว่นตาแล้วรู้ได้ทันทีว่าเราเป็นใคร
แม้ทาง Meta จะออกมาแก้ต่างว่าทั้งหมดเป็นเพียงการทดลองและยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปล่อยฟีเจอร์นี้ออกมาสู่ตลาดจริงหรือไม่ แต่ในขณะที่กฎหมายยังตามไม่ทันเทคโนโลยี การเชื่อมั่นในความโปร่งใสของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา
ในมุมมองของผม เทคโนโลยีที่ดีควรสร้างโอกาส ไม่ใช่การลุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลจนรู้สึกเหมือนถูกติดตามตลอดเวลา การนำฟีเจอร์ตรวจจับใบหน้ามาใส่ในอุปกรณ์สวมใส่ที่ดูเหมือนแว่นตาแฟชั่นทั่วไป หากไม่มีมาตรการควบคุมที่เด็ดขาด อาจกลายเป็นเครื่องมือล่าแม่มดหรือสะกดรอยตามที่อันตรายที่สุดในยุคดิจิทัลเลยก็ว่าได้ครับ
ที่มา – Meta’s Facial Recognition Plans for Smart Glasses Are Worse Than We Thought
