แซม อัลท์แมนพูดถูก: อาชญากรรมคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์กำลังระบาด

ในที่สุดก็มีอีกหนึ่ง ‘อาชีพ’ ที่สามารถนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ — นั่นก็คือ ผู้ฉ้อโกงคริปโต ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยมนุษย์ ตอนนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของกลุ่มมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกลวงทรัพย์สินในโลกคริปโต

แซม อัลท์แมนพูดถูก: อาชญากรรมคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์กำลังระบาด

รายงานจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอย่าง TRM Labs เปิดเผยว่า อาชญากรรมเกี่ยวกับคริปโตเพิ่มขึ้นสูงถึง 456% ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยหลักคือการใช้ AI สร้างคลิปเสียงและวิดีโอแบบ ดีพแฟก (deepfake) ที่สมจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าของปลอม ซึ่งเป็นการยืนยันคำเตือนของ แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI ที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า เราอาจกำลังอยู่ใกล้กับ วิกฤตการฉ้อโกงระดับโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

ความเสียหายที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน

สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เฟดเดอรัลไบโอ (FBI) รายงานว่า ในปี 2024 พวกเขาได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการโกงคริปโตประมาณ 150,000 ราย โดยความเสียหายรวมสูงถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 140,000 ล้านบาท และหากดูในระดับโลก ตัวเลขพุ่งถึง 10.7 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ TRM Labs

ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่ยอดเย็นของภูเขาน้ำแข็ง เพราะ ไรอัน เรดบอร์ด หัวหน้าฝ่ายนโยบายของ TRM Labs ให้สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า มีผู้เสียหายเพียง 15% เท่านั้นที่รายงานการถูกโกง แปลว่าอีก 85% อาจยอมเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ ด้วยความอาย หรือไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

กลยุทธ์ใหม่: จากข้อความสู่ดีพแฟก

ยุคก่อน กลโกงคริปโตมักเริ่มจากข้อความหรือแชทที่หลอกให้เหยื่อหลงรักหรือไว้ใจ หรือที่เรียกว่า ‘การปล้ำหมู’ (pig butchering) แต่ตอนนี้ AI ช่วยให้มิจฉาชีพสร้างเสียง พูดคุย หรือแม้แต่วิดีโอเรียลไทม์ที่เลียนแบบคนจริงได้ดีมาก

คุณอาจได้รับวิดีโอคอลจาก “แม่” หรือ “พ่อ” ที่ขอให้ส่งเงินด่วนเพราะตกอยู่ในอันตราย — ทั้งที่จริงแล้วเป็นศัตรูที่ใช้เทคโนโลยี deepfake พูดคุยกับคุณ ความสมจริงนี้เองที่ทำให้ระดับความเชื่อสูงขึ้น และการเตือนตัวเองว่า “อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น TRM Labs เตือนว่า เมื่อ AI พัฒนาไปถึงระดับที่สามารถทำงานอัตโนมัติ เช่น เข้าถึงอีเมล เปิดเว็บไซต์ หรือกรอกแบบฟอร์มเองได้ (ที่เรียกว่า “agent capabilities”) อาชญากรรมเหล่านี้จะไม่ใช่แค่ “หลอกคนทีละราย” แต่จะกลายเป็นระบบที่ทำงานอัตโนมัติได้พร้อมกันนับแสนราย

และน่าเป็นห่วงตรงที่ แซม อัลท์แมน เองก็เตือนว่า AI ได้ ‘เอาชนะ’ ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ที่เราใช้กันอยู่ เช่น การยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่าน หรือ OTP เพราะ AI สามารถเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ได้เกือบทุกด้าน

แม้บริษัทของเขาจะพัฒนา AI Agent ที่ช่วยทำงานซับซ้อนแทนผู้ใช้ได้ — แต่นั่นก็เปิดช่องว่างให้มิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิดได้เช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การเตือนให้ระวังมิจฉาชีพ แต่เป็นการทำความเข้าใจว่า แซม อัลท์แมนพูดถูก: อาชญากรรมคริปโตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์กำลังระบาด และเราทุกคนต้องปรับตัวโดยเร็ว

คำแนะนำสุดท้าย: อย่าโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวแม้แต่กับ “คนที่ดูเหมือนรู้จัก” หากไม่ได้ยืนยันผ่านช่องทางอื่นอย่างชัดเจน การป้องกันตัวเองในยุค AI ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเดิมหลายเท่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *