เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเหตุ “สุดวิสัย” จากสภาพดิน-น้ำ ตามที่ รฟม. แถลงได้จริงหรือ ?
เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเหตุ “สุดวิสัย” จากสภาพดิน-น้ำ ตามที่ รฟม. แถลงได้จริงหรือ ?
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่องเหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลกันเยอะเลย นั่นคือ เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน บริเวณถนนสามเสน จุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ถนนยุบลงไปขนาด 30×30 เมตร ลึกเกือบ 20 เมตร เลยทีเดียว! รฟม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ออกมาแถลงว่ามันเป็น “เหตุสุดวิสัย” จากสภาพดินและน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะพิเศษ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่านะ? ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานมานาน จะมาอธิบายให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ
เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเหตุ “สุดวิสัย” จากสภาพดิน-น้ำ ตามที่ รฟม. แถลงได้จริงหรือ ?
จากที่ รฟม. แถลงเมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. เล่าว่าถนนทรุดเกิดขึ้นระหว่าง 5.00-7.30 น. ของวันก่อนหน้า ดินและน้ำไหลเข้าไปในโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้า ทำให้พื้นผิวถล่มลงมา เขาสันนิษฐานว่าดินในพื้นที่นี้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากน้ำใต้ดินและท่อประปาที่ชำรุด ส่งผลให้ดินเสียเสถียรภาพและไหลลงช่องว่างต่างๆ รฟม. ยืนยันว่าการก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน และเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่เกิดขึ้นแบบ “พิเศษ” แบบนี้ พวกเขาวางแผนอุดรูรั่วและคืนพื้นผิวจราจรภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนซ่อมสถานีต่อ
แต่เดี๋ยวก่อนครับ นี่มัน “สุดวิสัย” จริงเหรอ? ผมได้ข้อมูลจาก รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมธรณีเทคนิคจากญี่ปุ่น เขาบอกว่าการทรุดตัวแบบนี้ต้องมีช่องว่างหรือโพรงใต้ดินก่อน ถ้าเป็นสภาพดินน้ำธรรมดา อุโมงค์ที่ออกแบบมาดีควรรับมือได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเคยลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทำได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก “ผมว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัยหรอก” เขาพูดตรงๆ
สาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจากไหน?
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าจุดอ่อนอยู่ที่รอยต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานี โดยปกติการก่อสร้างจะทำสถานีก่อนเพราะแข็งแรง ค่อยเชื่อมอุโมงค์คอนกรีตโค้งเข้าไป แล้วเจาะช่องยึดด้วยวัสดุยางเพื่อรองรับการเคลื่อนไหว แต่ช่องว่างตรงนั้นอาจยังไม่ปิดสนิท ทำให้ดินไหลตามเข้าไปในโถงสถานีขนาดใหญ่ รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี จากจุฬาฯ ก็วิเคราะห์คล้ายกันว่าพื้นที่ทรุดตรงจุดที่อุโมงค์วิ่งเข้าสถานีพอดี
- การตรวจสอบ: รฟม. มีอินคลิโนมิเตอร์ (inclinometer) สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดิน แต่เป็นแบบเก่าที่ต้องตรวจด้วยมือ ไม่ใช่อัตโนมัติ ถ้าติดตั้งดี ควรตรวจจับได้ตั้งแต่ดินเริ่มเคลื่อน
- การเฝ้าระวัง: ควรมีคนเฝ้าตลอด ไม่ใช่แค่เครื่องมือ เพราะพื้นที่ก่อสร้างเสี่ยงสูง
- วิธีแก้: ใช้กระสอบทรายอุดรูอาจไม่พอ ต้องประเมินช่องว่างก่อน และควรซ่อมอุโมงค์พร้อมกันเพื่อประหยัด ไม่รอถมเสร็จ
ส่วนค่าใช้จ่าย ถ้าเป็น “สุดวิสัย” รฟม. อาจต้องจ่ายเอง ผู้รับเหมาไม่รับผิด แต่ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าจะมีคดีตามมาถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่สุดวิสัยจริง ควรเปิดข้อมูลบันทึกการก่อสร้างให้หน่วยงานกลางตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้
ในฐานะคนที่ชอบติดตามเทคโนโลยีโครงสร้าง ผมเห็นว่านี่เป็นตัวอย่างว่าการก่อสร้างใต้ดินในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ ที่ดินอ่อนนุ่ม ต้องมีระบบตรวจสอบทันสมัยกว่านี้ เช่น เซ็นเซอร์อัตโนมัติเชื่อมต่อ AI เพื่อเตือนแบบเรียลไทม์ เหมือนในญี่ปุ่นที่ทนแผ่นดินไหวได้ดี มันไม่ใช่แค่เรื่องวิศวะ แต่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคนเมืองด้วยนะครับ
สุดท้าย ผมคิดว่าสังคมควรเรียกร้องความชัดเจนจาก รฟม. มากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ ถ้าคุณกำลังเดินทางแถวสามเสน ระวังตัวด้วยนะ และติดตามข่าวต่อไป ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างสิ เรามาคุยกัน!
ที่มา – เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นเหตุ “สุดวิสัย” จากสภาพดิน-น้ำ ตามที่ รฟม. แถลงได้จริงหรือ ?