เบน บาร์นส์ เผยทิศทาง The Institute ซีซัน 2
แฟนซีรีส์ไซไฟและผลงานของสตีเฟน คิงกำลังจับตา เบน บาร์นส์ เผยทิศทาง The Institute ซีซัน 2 หลังจากซีซันแรกพาผู้ชมเข้าสู่โลกอันน่าสะพรึงของสถาบันลับที่กักขังเด็กผู้มีพลังพิเศษ ซีรีส์จาก MGM+ ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King และนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละครทิม เจมีสัน อดีตทหารและตำรวจที่ต้องเข้ามาพัวพันกับความลับของเมืองเล็ก ๆ ในรัฐเมน
เบน บาร์นส์ นักแสดงผู้รับบททิมเป็นที่คุ้นหน้าของผู้ชมจากผลงานอย่าง Shadow and Bone, Westworld และบทเจ้าชายแคสเปียนจากภาพยนตร์ The Chronicles of Narnia เขาเล่าว่า แม้จะอ่านนิยายต้นฉบับมาก่อน แต่ก็ยังรู้สึกอยากรู้อย่างมากว่าซีซันสองจะพาเรื่องราวไปในทิศทางใด เพราะซีซันแรกเดินตามหนังสือแทบตั้งแต่ต้นจนจบ ขณะที่ซีซันใหม่มีพื้นที่ให้สร้างเรื่องราวของตัวเองมากขึ้น
เบน บาร์นส์ เผยทิศทาง The Institute ซีซัน 2
ในตอนจบของซีซันแรก ทีมงานเคยพิจารณาฉากที่ตัวละครทั้งหมดกลับมาอยู่ด้วยกันในฟาร์ม หลังเวลาผ่านไปและทุกคนกลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ฉากดังกล่าวไม่ได้ถูกถ่ายทำจริง เพราะผู้สร้างต้องการเก็บทางเลือกเอาไว้สำหรับพัฒนาความสัมพันธ์และเส้นเวลาในซีซันต่อไป
เบน บาร์นส์มองว่าโลกของซีรีส์จะขยายตัวอย่างชัดเจน จากเดิมที่เรื่องราวเน้นอยู่ในสถาบันและเมืองอันเงียบสงบ สู่การเดินทางของเด็ก ๆ และทิมที่ต้องหลบหนีจากผู้มีอำนาจ พวกเขาเริ่มต้นด้วยการซ่อนตัว แต่ในที่สุดก็ต้องลุกขึ้นควบคุมสถานการณ์และต่อสู้กลับ
ทิม เจมีสัน จากผู้ช่วยเหลือสู่พ่อของเด็กผู้มีพลัง
บทบาทของทิมในซีซันแรกเริ่มต้นจากชายที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ เขาย้ายมายังเมืองเล็ก ๆ หลังเกิดเหตุการณ์ยิงกันซึ่งทำให้ต้องลาออกจากกรมตำรวจบอสตัน เหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อทั้งหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว ทิมจึงพยายามบอกตัวเองว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับปัญหาที่ไม่จำเป็นอีก
แต่เมื่อเขาพบความจริงเกี่ยวกับสถาบัน ทิมก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความอยุติธรรมได้ โดยเฉพาะเมื่อเด็ก ๆ ถูกกักขังและนำพลังจิตไปใช้เป็นเครื่องมือ เขามองลุค ฟรีแมน เด็กชายที่สูญเสียพ่อแม่ไปในซีซันแรก ไม่ใช่เพียงเด็กที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ แต่กลายเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขา
นักแสดงอธิบายว่า ความเป็นพ่อของทิมในซีซันแรกยังเป็นเพียงแนวคิด เขารู้สึกว่าตัวเองได้รับโอกาสแก้ไขความผิดในอดีตด้วยการช่วยใครสักคน แต่เมื่อเข้าสู่ซีซันสอง ทิมเริ่มตระหนักว่าตัวเองกลายเป็นผู้ปกครองของลุคโดยไม่รู้ตัว ความรักและความห่วงใยจึงมาพร้อมความรับผิดชอบที่ซับซ้อนมากขึ้น
- ทิมต้องปกป้องลุคจากผู้มีอำนาจและภัยคุกคามรอบตัว
- เขาต้องเรียนรู้ว่าจะเชื่อใจพลังและการตัดสินใจของลุคได้มากเพียงใด
- ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนจากผู้ช่วยเหลือกับเด็กที่ถูกช่วย เป็นความสัมพันธ์แบบพ่อกับลูก
- ทิมต้องหาสมดุลระหว่างการปกป้องกับการเปิดโอกาสให้ลุคตัดสินใจด้วยตัวเอง
ความขัดแย้งภายในของทิมในซีซันใหม่
สิ่งที่ทำให้ทิมน่าสนใจคือ เขาเคยเชื่อว่าตัวเองต้องการความสงบและไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวาย แต่ลึก ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ไม่สามารถนิ่งเฉยเมื่อเห็นคนถูกทำร้ายหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมได้ เบน บาร์นส์มองว่าความขัดแย้งนี้ไม่ใช่ความย้อนแย้ง แต่เป็นตัวตนแท้จริงของทิม
ใน The Institute ซีซัน 2 ทิมจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหาว่าทำไมเขาถึงต้องต่อสู้ เพราะเขายอมรับตัวตนของตัวเองมากขึ้นแล้ว คำถามสำคัญคือเขาควรเชื่อใจลุคและพลังพิเศษของเด็กชายมากแค่ไหน หรือควรเดินหน้าทำสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องด้วยตัวเอง ความลังเลนี้จะเพิ่มแรงกดดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่
บาร์นส์ยังกล่าวว่าการทำงานในซีซันสองมีความเข้มข้นกว่าซีซันแรก ทิมต้องรับมือกับความโกรธ ความผิดหวัง และภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องเลือกระหว่างการพาคนที่รักหนีไปให้ไกลจากอันตราย หรือหันกลับไปเปิดประตูและท้าทายโครงสร้างอำนาจที่อยู่เบื้องหลังสถาบัน
สำหรับแฟน ๆ ที่อยากรู้ว่า เบน บาร์นส์ เผยทิศทาง The Institute ซีซัน 2 ไว้อย่างไร คำตอบที่ชัดเจนคือซีซันใหม่จะเน้นทั้งการขยายโลกของเรื่องและการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น จากเรื่องราวการสืบสวนในเมืองเล็ก ๆ จะกลายเป็นการเดินทางเอาชีวิตรอดและการลุกขึ้นต่อต้านอำนาจที่ใหญ่กว่าเดิม
The Institute ซีซันสองมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 8 พฤศจิกายนทาง MGM+ จุดแข็งของซีรีส์ยังคงอยู่ที่การผสมผสานระหว่างไซไฟ ระทึกขวัญ และดราม่าครอบครัวได้อย่างน่าติดตาม หากซีซันใหม่รักษาความเข้มข้นของเรื่องและถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างทิมกับลุคได้ดี ก็มีโอกาสยกระดับซีรีส์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ความเห็นส่วนตัวคือ ทิศทางที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เพียงการต่อสู้กับสถาบัน แต่คือการได้เห็นทิมเรียนรู้ว่าการเป็นพ่อหมายถึงการปกป้อง พร้อมกับเชื่อใจให้คนที่รักเติบโตด้วยตัวเอง
ที่มา – Ben Barnes on Where Stephen King Sci-Fi Series ‘The Institute’ Goes in Season 2
