เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันถึงประเด็นร้อนที่คนกรุงให้ความสนใจกันมาก นั่นก็คือเรื่องของโครงการยักษ์ใหญ่ที่เปรียบเสมือน “ทางด่วนน้ำ” ของชาวกรุงเทพฯ ตะวันออก อย่างโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข่าวคราวล่าสุดของ เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย กำลังกลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะความหวังที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอาจจะต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ครับ

โครงการนี้แบ่งออกเป็นสองเฟสหลักๆ โดยเฟสแรกนั้นเราได้เห็นโครงสร้างอุโมงค์หลักระยะทาง 9.4 กิโลเมตร ที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว แม้จะมีอุปสรรคชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาบ้าง แต่ก็ถือเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้ชาวลาดกระบัง ประเวศ และพื้นที่ใกล้เคียงพอจะยิ้มออก แต่แล้วเมื่อมีการเปิดประมูลโครงการส่วนต่อขยายที่มีระยะทางยาวถึง 13.25 กิโลเมตร วิกฤตการณ์ครั้งใหม่ก็เกิดขึ้น

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย

ในการประมูลรอบล่าสุด กิจการร่วมค้า NC-NB กลายเป็นผู้ชนะด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง แต่ประเด็นที่สร้างเสียงวิจารณ์สนั่นเมืองคือ หนึ่งในบริษัทหุ้นส่วนที่รับงานนี้ดันกำลังเผชิญหน้ากับศาลล้มละลายเสียอย่างนั้น คำถามสำคัญคือ กทม. จะกล้าเสี่ยงเซ็นสัญญากับบริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินหรือไม่ เพราะหากรับงานไปแล้วทำไม่ไหว หรือเกิดทิ้งงานขึ้นมากลางคัน การสูญเสียจะไม่ได้อยู่ที่แค่เงินงบประมาณเกือบหมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่อยู่ที่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ยังคงต้องทนกับน้ำท่วมซากต่อไปนานขึ้นอีกหลายปี

ทำไม กทม. ถึงต้องตั้งการ์ดสูงและชะลอการเซ็นสัญญา?

การที่สำนักการระบายน้ำตัดสินใจ “เหยียบเบรก” การเซ็นสัญญาถือเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล การก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินลึก 30 เมตรนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ มันต้องใช้ทั้งเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาลตลอดระยะเวลาสัญญา 5 ปี หากพาร์ทเนอร์ในกิจการร่วมค้ามีสถานะทางการเงินไม่สู้ดี ความเสี่ยงที่จะเกิดการ “ทิ้งงาน” หรือก่อสร้างล่าช้าก็มีสูงมาก กทม. จึงต้องตรวจสอบให้ละเอียดที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดกรณีศึกษาที่สร้างความเสียหายต่อรัฐในอนาคต

มุมมองและการวิเคราะห์: ทางออกของเรื่องนี้คืออะไร?

ส่วนตัวผมมองว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นบททดสอบสำคัญของ กทม. ในการบริหารจัดการโครงการระดับ Mega Project ครับ กฎหมายให้อำนาจ กทม. ในการพิจารณายกเลิกการยื่นเสนอราคานี้ได้ หากพิจารณาแล้วว่าอาจเป็นความเสี่ยงต่อส่วนรวม การถอยหนึ่งก้าวเพื่อป้องกันความยุ่งยากในระยะยาวอาจดีกว่าการเซ็นสัญญาแบบเสี่ยงๆ แล้วต้องมาตามแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในมุมมองของผม เทรนด์การกำกับดูแลโครงการรัฐนับจากนี้ต้องมีความเข้มงวดเรื่องสถานะทางการเงินของผู้รับเหมามากขึ้น ประสบการณ์จากบทเรียนนี้จะช่วยกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับโครงการในอนาคต อยากฝากถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจว่า “ช้าหน่อยแต่ชัวร์” ยังคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับภาษีของประชาชนครับ สำหรับใครที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะปัญหาน้ำท่วมคือเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาครับ

ที่มา – เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *