อีลอน มัสก์ ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังข้อเสนอทำให้ดีกัน
เมื่อวานนี้ ดูเหมือนว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามยื่นมือยื่นแขนเสนอความปรองดองให้กับอดีตเพื่อนซี้คนสำคัญ อย่างอีลอน มัสก์ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างกัน โดยในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่ได้มีเจตนาทำร้ายมัสก์หรือธุรกิจของเขารวมทั้งหมดแต่อย่างใด: “ทุกคนบอกว่าผมจะทำลายบริษัทของอีลอนด้วยการถอดถอนเงินอุดหนุนสำคัญที่เขาได้รับจากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งไม่จริงเลย! ข้าพเจ้าต้องการให้อีลอน และธุรกิจทุกแห่งในประเทศของเรา ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด กล่าวคือ เติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!”
อีลอน มัสก์ ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังข้อเสนอทำให้ดีกัน
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ อาจเป็นการตอบโต้รายงานจาก The Wall Street Journal ที่เปิดเผยว่า ทีมบริหารของทรัมป์เคยพิจารณาที่จะยกเลิกสัญญาบางฉบับกับบริษัท SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทอวกาศของอีลอน มัสก์ โดยหนังสือพิมพ์ชี้ว่าไม่กี่วันหลังทรัมป์แสดงทีท่าตัดขาดจากมัสก์ ฝ่ายบริหารก็เริ่มตรวจสอบสัญญาของ SpaceX กับหน่วยงานรัฐบาลกลาง ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานบริหารทั่วไป (GSA)
ปมขัดแย้งเรื่องเงินอุดหนุน
แต่ไม่นานมานัก อีลอน มัสก์ก็ออกมาโพสต์ตอบผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter): “เงินอุดหนุนที่เขาพูดถึงนั้น แท้จริงแล้วไม่มีอยู่จริง” มัสก์เขียนอย่างหนักแน่น และตอกกลับว่าทรัมป์กลับยกเลิกหรือตั้ง ‘วันหมดอายุ’ สำหรับนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดทั้งหลาย ขณะที่ยังคงปล่อยให้เงินอุดหนุนด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่ามหาศาลยังอยู่ต่อไป “SpaceX ได้รับสัญญาจาก NASA เพราะเราทำได้ดีกว่าและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า หากย้ายสัญญาเหล่านี้ไปให้บริษัทอื่น นักบินอวกาศอาจถูกทิ้งไว้กลางอวกาศ และผู้เสียภาษีอาจต้องจ่ายเงินมากถึงสองเท่า!”
ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองจอมแตกตื่นกับจอมทุนเทคโนโลยีบ้าพลังกำลังย่ำแย่ลงทุกวัน การแตกหักกันของ อีลอน มัสก์ ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังข้อเสนอทำให้ดีกัน อาจกลายเป็นบทบาทใหม่ในหนังประวัติศาสตร์ยุคดิจิทัล ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแบบมืดๆ
อีลอน มัสก์ ยังคงไม่ลืมว่าทรัมป์ยกเลิก กฎหมาย One Big Beautiful Bill ที่ทำลายมาตรการกำหนดให้รถยนต์ทุกคันต้องเป็นรถไฟฟ้า (EV Mandate) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Tesla ผ่านตลาดเครดิตด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทคู่แข่งที่ไม่ผ่านมาตรฐานจะต้องซื้อเครดิตจาก Tesla โดย CNN ชี้ว่าร่างกฎหมายนี้จะทำให้รัฐต่างๆ สูญเสียอำนาจในการกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซเอง ส่งผลให้ตลาดเครดิตนี้หายไปในพริบตา
สงครามคำพูดครั้งนี้เป็นมากกว่าแย่งดีกรีความฮ็อตในข่าว มันสะท้อนถึงความขัดแย้งของอำนาจ: อำนาจการเมือง ปะทะ อำนาจเทคโนโลยีและนวัตกรรม การที่มัสก์ออกมาโพสต์ตอบอย่างรุนแรง แสดงว่าเขายังให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความถูกต้องเชิงนโยบาย โดยเฉพาะในประเด็นด้านพลังงานสะอาดและอนาคตของการสำรวจอวกาศ
ในยุคที่ผู้นำโลกอาจถูกกำหนดไม่ใช่แค่ผ่านบัตรเลือกตั้ง แต่ผ่านอิทธิพลบนแพลตฟอร์มโซเชียล การปะทะกันของ “สองยักษ์ใหญ่” อย่าง อีลอน มัสก์ ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังข้อเสนอทำให้ดีกัน อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่เส้นแบ่งระหว่างธุรกิจ การเมือง และสื่อ ถูกรื้อถอนลงมาจนหมด
ข้อสังเกตสุดท้าย: ความรักอาจเริ่มต้นจากผลประโยชน์ร่วม แต่มักจบด้วยความขัดแย้งเมื่อผลประโยชน์ไม่สอดคล้องกัน หากคุณตามข่าวโลกยุคใหม่ อย่าพลาดจับตาปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจทั้งสองกลุ่มนี้ เพราะมันจะไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ แต่อาจเปลี่ยนอนาคตของโลกได้จริง