อนุทิน ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับน้ำท่วมหนักสุดช่วงนี้ จ่อขยายงบฉุกเฉิน ดูแลผู้ประสบภัยเต็มที่

อนุทิน ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับน้ำท่วมหนักสุดช่วงนี้ จ่อขยายงบฉุกเฉิน ดูแลผู้ประสบภัยเต็มที่ เป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรีทวีความรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน โรงพยาบาล และการเดินทางในหลายพื้นที่ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการช่วยเหลือและรับฟังปัญหาจากผู้ประสบภัยโดยตรง

การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่โรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องย้ายออกจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและโรงพยาบาลบ้านสร้าง นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมผู้ป่วย ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และติดตามความพร้อมของระบบรักษาพยาบาล ท่ามกลางภาวะน้ำท่วมที่ทำให้โรงพยาบาลประจำจังหวัดต้องย้ายผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น

อนุทิน ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับน้ำท่วมหนักสุดช่วงนี้ จ่อขยายงบฉุกเฉิน ดูแลผู้ประสบภัยเต็มที่

ทีมแพทย์รายงานว่า โรงพยาบาลกบินทร์บุรีได้ขยายพื้นที่ห้องไอซียูเพิ่ม 8 เตียง ขณะที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิขยายเพิ่มอีก 6 เตียง อย่างไรก็ตาม ยังต้องการอุปกรณ์สนับสนุนหลายรายการ เช่น เครื่องช่วยหายใจ สายเครื่องช่วยหายใจ เครื่องให้ออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ และเครื่องควบคุมน้ำเกลือ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์หลักยังมีความพร้อม แต่การจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมจะช่วยให้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่มีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้โรงพยาบาลสนามต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีประสบการณ์จากการรับมือโรคโควิด-19 จึงสามารถนำแผนและระบบเดิมมาปรับใช้กับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว

ศูนย์พักพิงและโรงครัวช่วยดูแลประชาชน

หลังจากตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี เพื่อพบปะผู้ประสบภัย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนจิตอาสา ภายในศูนย์พักพิงมีการจัดโรงครัวขนาดใหญ่เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนทั้งในศูนย์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยทีมแม่ครัวเริ่มเตรียมอาหารตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และทำอาหารมื้อเย็นในช่วงบ่าย

บรรยากาศระหว่างการเยี่ยมศูนย์พักพิงเป็นไปอย่างเป็นกันเอง นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปพูดคุยกับทีมครัว พร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ เพราะผู้ประสบภัยจำนวนมากต้องใช้ชีวิตในศูนย์พักพิงแทนการอยู่บ้าน การบริหารจัดการด้านอาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความกังวลให้กับประชาชน

สำหรับการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะมีงบประมาณสำหรับซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมขอให้ผู้ประสบภัยไม่ต้องกังวล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสำรวจความเสียหายและขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามหลักเกณฑ์

เตรียมขยายงบฉุกเฉินและเร่งเยียวยา

นายอนุทินกล่าวว่า ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยหนักที่สุดในช่วงเวลานี้ การที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรต้องปิดให้บริการชั่วคราวและย้ายผู้ป่วยทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ รัฐบาลจึงอาจต้องขยายกรอบงบประมาณทดรองราชการฉุกเฉิน เพื่อให้จังหวัดสามารถจัดซื้อสิ่งของจำเป็น สนับสนุนการอพยพ และดูแลประชาชนได้เต็มที่

ในด้านการระบายน้ำ หน่วยงานต้องดำเนินการทันทีเมื่อมีความพร้อม แต่จำเป็นต้องประเมินทิศทางน้ำอย่างรอบคอบ เพราะพื้นที่ด้านในยังถูกน้ำล้อมรอบ หากเร่งระบายน้ำโดยไม่มีแผนรองรับ อาจทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่เดิมได้ จังหวัดจึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์กู้ภัย และแผนอพยพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก และผู้พิการก่อน

สำหรับเงินเยียวยา พื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมเกิน 7 วันจะเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเตรียมมาตรการประกันภัยเพื่อคุ้มครองประชาชนในอนาคต โดยอาจมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ค่าซ่อมแซมบ้าน และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ มาตรการดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการบริหารภัยพิบัติที่เน้นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มากกว่ารอให้เกิดเหตุแล้วจึงเริ่มแก้ไข

  • เร่งสำรวจและขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัยให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน
  • จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นสำหรับศูนย์พักพิง
  • วางแผนระบายน้ำโดยคำนึงถึงพื้นที่ปลายน้ำและความเสี่ยงน้ำไหลย้อนกลับ
  • ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเหมาะสม

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือกรณีผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรีเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าดูด ขณะเข้าไปช่วยเด็กที่ประสบเหตุจมน้ำ รัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ตามระเบียบราชการ พร้อมประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องทำด้วยความระมัดระวัง และควรมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

ภาพรวมจากการลงพื้นที่สะท้อนว่า การรับมือน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ การจัดศูนย์พักพิงที่เป็นระบบ การเตรียมอาหารอย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจน ล้วนช่วยลดผลกระทบและทำให้การช่วยเหลือเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับประชาชน สิ่งสำคัญในช่วงนี้คือการติดตามประกาศจากทางจังหวัด เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว อุปกรณ์สื่อสาร และกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อม หากได้รับคำสั่งอพยพควรปฏิบัติตามทันที โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ป่วยติดเตียง ส่วนในระยะยาว หน่วยงานควรนำข้อมูลจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงระบบเตือนภัย เส้นทางอพยพ และแผนรองรับโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า งบประมาณฉุกเฉินเป็นเพียงเครื่องมือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การลงทุนด้านระบบระบายน้ำ การวางผังเมือง และการเตรียมศูนย์พักพิงที่ได้มาตรฐาน คือแนวทางที่จะช่วยลดความเสียหายในอนาคต ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและร่วมส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนได้เร็วที่สุด

ที่มา – อนุทิน ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับน้ำท่วมหนักสุดช่วงนี้ จ่อขยายงบฉุกเฉิน ดูแลผู้ประสบภัยเต็มที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *